“อภิสิทธิ์” แนะรัฐบาลเก็บบทเรียนข้อผิดพลาด ทำงานลบล้างความไม่เชื่อมั่นของประชาชนให้ได้ ระบุอยากเห็นมาตรการแบ่งเบาภาระประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม


เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 6 เม.ย. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของพรรคว่า ได้วางกิจกรรมไว้ตลอดปี เพื่อยกระดับการทำงานของพรรค และก้าวเข้าสู่ปีที่ 81 โดยใช้เทคโนโลยีในการติดตามการทำงานของรัฐบาล และสอดส่องทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงการเคลื่อนไหวเพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ต่อไป เมื่อถามว่า มองฉากการเมืองไทยขณะนี้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งและรัฐบาลกำลัง แถลงนโยบายเพื่อเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องยอมรับว่าแม้จะมีตัวเลขที่มั่นคง แต่ยังมีสถานการณ์ที่ท้าทายรออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะวิกฤติที่มาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง หากรัฐบาลตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากมีผลประโยชน์ ก็อาจจะกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้ประชาชนไม่เชื่อมั่นในรัฐบาล แม้กระทั่งทีมคนนอกทั้ง 3 คน สะท้อนออกมาผ่านผลสำรวจนิด้าโพล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องทำงานลบล้างความไม่เชื่อมั่นให้ได้ แต่ต้องเก็บเกี่ยวบทเรียนหลายเรื่องที่ผ่านมา ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาอาจจะมีข้อผิดพลาด ข้อจำกัด รวมถึงเรื่องการสื่อสาร การไม่ติดตามมาตรการต่างๆ หรือฟังข้อมูลไม่ครบถ้วน

ยังไร้การปฏิบัติจริง แก้ปัญหาจริง

เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะฝ่ายค้านจะติดตามเรื่องน้ำมันแพง และไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะฝ่ายค้าน เราทักท้วงเรื่องนี้ตั้งแต่แรก เพราะดูจากตัวเลขพบว่ามีปัญหาเรื่องการกักตุนแน่นอน ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลยังปฏิเสธอยู่ แต่ตอนนี้รัฐบาลก็ออกมายอมรับแล้ว และเห็นว่าจะมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจถึงขั้นให้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งพรรคจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป เรายังยืนยันว่า รัฐบาลและภาคธุรกิจ หรือโรงกลั่น ยังไม่มีการแบ่งเบาภาระของประชาชนที่แบกรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเลย ส่วนจะกังวลหรือไม่ว่า สุดท้ายแล้วจะไม่ได้ตัวไอ้โม่งตุนน้ำมันตัวจริง แม้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม จะลาออกจากการควบคุมเรื่องน้ำมัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ติดตามเรื่องนี้อยู่ ต้องให้โอกาสรัฐบาลทำงาน ทำเรื่องนี้ให้จริงจัง แต่ก็ต้องย้ำว่า เรื่องการแบ่งเบาภาระของประชาชนนั้น ตนอยากเห็นเป็นรูปธรรม รวมถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเปราะบางต่างๆ ซึ่งรัฐบาลพูดในหลักการมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำทั่วถึง และยังไม่ได้มีการปฏิบัติจริง

...