รมว.ยุติธรรม นำถกคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมัน ครั้งที่ 1 ย้ำ น้ำมันหายแน่นอน พร้อมสั่งตรวจสอบเรือ 96 เที่ยวใช้กี่ลำ คาดอีก 1-2 วันชัดเจน มากกว่า 57 ล้านลิตรหรือไม่ ยืนยัน เร่งรัดให้เร็วที่สุด


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 เมษายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เชิญคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมัน ครั้งที่ 1 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อติดตามความคืบหน้าและดูรายงานผลการตรวจสอบ โดยก่อนการประชุม พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า วันนี้มาดูการเตรียมความพร้อมและติดตามความคืบหน้าตามที่อธิบดีดีเอสไอได้รวบรวมข้อมูลไว้ ซึ่งก็มีการตั้งวอร์รูมเรียบร้อยแล้ว ส่วนตัวเลขสถิติเกี่ยวกับน้ำมันที่ผิดปกติ ตนต้องขอไปดูรายละเอียดก่อน ต้องเตรียมข้อมูลไว้ให้เรียบร้อย ส่วนวันที่ 7 เมษายน คงจะได้ดำเนินการเลย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 เมษายน ทางพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อตำรวจให้ดำเนินคดีบริษัทกักตุนน้ำมันนั้น ตนได้ทราบเรื่องแล้ว หากได้รับดำเนินการสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ เราก็จะดำเนินการเต็มที่

ต่อมาเวลา 11.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยหลังการประชุมคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมัน ว่า วันนี้มารับฟังข้อมูลจากอธิบดีดีเอสไอ และคณะพนักงานสืบสวน ว่าได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง ซึ่งข้อมูลก็มาจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน กรมการขนส่ง ซึ่งเป็นข้อมูลค่อนข้างเยอะ แต่เราก็มีกรอบการทำงาน อธิบดีดีเอสไอก็ได้ชี้แจงให้ฟัง เมื่อฟังผลแล้วก็เป็นที่น่าพึงพอใจ และจะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เพราะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ดีเอสไอก็ทำงานไม่ได้หยุดในการรวบรวมข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ในวันนี้ ส่วนเรื่องการดำเนินการตามกฎหมาย ก็เป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่ต้องดำเนินการต่อไป 

...

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวต่อไปว่า ตนมารับฟังความคืบหน้าเพื่อจะได้ประสานข้อมูลให้ หากมีส่วนใดที่ดีเอสไอยังขาดในการประกอบสำนวนการสืบสวน เราก็จะช่วยหา ส่วนการรับเป็นคดีพิเศษนั้น ตอนนี้ยังคงเป็นเรื่องสืบสวน แต่หลังจากนี้จะมีการประชุมบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ ซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านและได้นัดหารือแล้ว ซึ่งจะเป็นเมื่อไรจะแจ้งอีกครั้ง อย่างไรก็ดี ตอนนี้เราก็สืบสวนสอบสวนเบื้องต้นไว้ก่อน 

ขณะที่กรอบระยะเวลาการทำงาน ทางอธิบดีดีเอสไอได้วางกรอบไว้แล้ว แต่การปฏิบัติดำเนินการก็ต้องสอบถามกันวันต่อวันว่าได้ดำเนินการคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะจะมีการปรับแผนกันตลอด สำหรับกรณีที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจนั้น เราก็ได้นำข้อมูลมารวบรวมและหารือในวันนี้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ แนวทางการทำคดี หากพบการกระทำความผิดจากเรื่องนี้ เราก็จะรวบรวมมาเป็นคดีพิเศษทั้งหมด เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน 

ทางด้านความชัดเจนของตัวเลขน้ำมันที่หายไปนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพื่อจะได้วิเคราะห์กันให้ครบถ้วน เพราะตัวเลขค่อนข้างเยอะ ซึ่งข้อมูลก่อนหน้านี้ที่แถลงไปคือ ข้อมูลวันที่ 3 เมษายน 2569 ดังนั้น จึงขอเวลารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมอีก ส่วนตัวเลขน้ำมันที่หายไปกลางทะเล 57 ล้านลิตรนั้น เบื้องต้นจะมีปริมาณเพิ่มอีกหรือไม่ ก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ไปรวบรวมข้อมูลมาก่อน วันต่อวัน ก็จะมีความคืบหน้า แต่เราขอให้มันชัดเจน เพราะถ้าเร่งรีบอย่างเดียวมันอาจเกิดความเสียหายได้ อย่างไรประมาณ 1-2 วันนี้น่าจะมีความชัดเจน

พล.ต.ท.รุทธพล เผยอีกว่า ตอนนี้เราพบการกระทำผิดแน่นอน น้ำมันหายไปแน่นอน ส่วนจะปริมาณ 57 ล้านลิตร หรือ 58 ล้านลิตร หรือ 59 ล้านลิตร ตนมองว่าอย่าเพิ่งไปยืนยันขนาดนั้นเลย เพราะเรารู้ว่าน้ำมันหายไปแน่นอนตามที่ได้ชี้แจง แต่จะมีมากกว่านี้หรือไม่ขอให้ทางอธิบดีดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน สำหรับปลายทางของน้ำมันที่หายไปนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนว่าปลายทางหายไปไหน ซึ่งเราจึงต้องใช้ข้อมูลของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) มาประกอบด้วย โดยรายละเอียดทั้งหมด ต้องขอรวบรวมรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งให้ตรวจสอบหาจำนวนเรือด้วยว่า ใน 96 เที่ยวที่มีการขนน้ำมันนั้นใช้เรือทั้งหมดกี่ลำ เพราะบางลำอาจจะวิ่งหลายเที่ยว เราเร่งปราบปรามเต็มที่ 

ส่วนกรณีที่บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ออกคำชี้แจงว่าไม่ได้กักตุนน้ำมันและทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน ทางดีเอสไอจะต้องเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่นั้น ตอนนี้ตั้งเป็นคดีสืบสวนแล้ว ก็จะสามารถเข้าไปสอบปากคำได้เลย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ส่วนจะเป็นการสอบปากคำที่ จ.สุราษฎร์ธานี หรือที่ดีเอสไอ คงจะต้องหารืออีกครั้งว่าจะเรียกสอบปากคำ หรือให้ดำเนินการส่งเอกสาร อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของทางบริษัท พนักงานสอบสวนจะรับฟัง แต่ก็จะต้องดูพยานหลักฐานและข้อกฎหมายประกอบด้วย