ผลสำรวจดุสิตโพล ประชาชนเริ่มรับไม่ไหวกับค่าใช้จ่ายและสินค้าแพงขึ้น วิกฤตราคาน้ำมันทำเดือดร้อนมาก เล็งงดกิจกรรมรื่นเริง-ไม่กลับบ้านช่วงสงกรานต์ 2569 หวังรัฐบาลควบคุมราคาสินค้า-ช่วยค่าน้ำมัน


วันที่ 5 เมษายน 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สงกรานต์2569 กับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,272 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม - 3 เมษายน 2569 (สามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง) สรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ “ของแพง” ในปัจจุบัน

  • อันดับ 1 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก สินค้าจำเป็นแพงขึ้นจนเริ่มรับไม่ไหว 61.32%
  • อันดับ 2 เริ่มกังวลว่าสินค้าอาจขาดแคลนหรือส่งของล่าช้า 43.87%
  • อันดับ 3 ยังพอรับมือได้ แต่ต้องเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อมากขึ้น 41.27%

2. ประชาชนคิดว่าวิกฤตราคาน้ำมันในขณะนี้ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างไร

  • อันดับ 1 เดือดร้อนมาก 46.70%
  • อันดับ 2 เดือดร้อนพอสมควร 37.74%
  • อันดับ 3 เดือดร้อนเล็กน้อย 11.08%
  • อันดับ 4 ไม่เดือดร้อน 4.48%

3. ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์หรือไม่

  • อันดับ 1 ราคาน้ำมัน ค่าน้ำมันแพง 55.66%
  • อันดับ 2 ค่าใช้จ่ายโดยรวมในช่วงสงกรานต์ที่เพิ่มสูงขึ้น 49.53%
  • อันดับ 3 สภาพอากาศ (ร้อนจัด/พายุ/ฝุ่น PM2.5) 42.22%

...

4. ประชาชนมีการปรับแผนการใช้ชีวิตในช่วงสงกรานต์อย่างไร

  • อันดับ 1 งดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย 51.42%
  • อันดับ 2 งดเดินทางไกล/ไม่กลับภูมิลำเนา อยู่บ้านแทน 39.62%
  • อันดับ 3 เที่ยวใกล้บ้านหรือในจังหวัด เพื่อลดค่าเดินทาง 37.50%

5. ประชาชนนำเงินจากแหล่งใดมาใช้จ่ายในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้

  • อันดับ 1 นำเงินออมออกมาใช้ 47.41%
  • อันดับ 2 ยังไม่แน่ใจว่าจะนำเงินมาจากแหล่งใด 22.17%
  • อันดับ 3 ไม่มีงบสำหรับช่วงนี้ 21.93%
  • อันดับ 4 รูดบัตรเครดิต 13.92%
  • อันดับ 5 ยืมญาติ คนรู้จัก พี่น้อง 9.67%

6. สำหรับผู้ที่เตรียมใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์คาดว่าจะใช้จ่ายเฉลี่ย ประมาณ 8,935.74 บาท

7. ประชาชนอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการใดมากที่สุดเพื่อช่วยลดภาระในช่วงสงกรานต์ 

  • อันดับ 1 ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างจริงจัง 75.94%
  • อันดับ 2 ช่วยค่าน้ำมันให้ประชาชน (เช่น น้ำมันคนละครึ่ง) 69.34%
  • อันดับ 3 กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม 58.49%
  • อันดับ 4 ลดภาษี/อุดหนุนราคาน้ำมัน 42.92%
  • อันดับ 5 ช่วยลดค่าการเดินทาง (ตั๋ว/ทางด่วน) 37.26%

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุ จากผลโพลสะท้อนว่าประชาชนเริ่มแบกรับค่าครองชีพไม่ไหว จำเป็นต้องนำเงินออมมาใช้ในช่วงสงกรานต์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง สถานการณ์นี้จึงไม่ใช่เพียง “ของแพงช่วงเทศกาล” แต่เป็นบททดสอบสำคัญของรัฐในการรักษาสมดุลด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะต่อไป

ทางด้าน ผศ.สรศักดิ์ มั่นศิลป์ ประธานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากผลสำรวจของสวนดุสิตโพลชี้ให้เห็นว่า ประชาชนมีความกังวลเรื่องของแพงจนกระทบต่อค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่แพงขึ้นจนเริ่มรับไม่ไหว และยังเดือดร้อนอย่างมากจากวิกฤตราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 

นอกจากนี้ ผลโพลยังสะท้อนให้เห็นว่าค่าน้ำมันแพงมีผลต่อการตัดสินใจออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ โดยประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าจะงดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งหากเป็นไปตามผลโพลก็อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม เพราะตามปกติช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงที่ประชาชนจับจ่ายใช้สอยอย่างเต็มที่ แหล่งเงินที่ประชาชนส่วนใหญ่จะนำมาใช้จ่ายในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้คือเงินออม โดยผลโพลคาดว่าจะใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 8,935.74 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้อาจพอช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระดับหนึ่ง ท้ายที่สุด การควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และช่วยเหลือราคาน้ำมัน เป็นสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ ความคาดหวังจึงตกไปอยู่ที่รัฐบาลว่าจะออกมาตรการต่างๆ ที่สามารถสนองความต้องการของประชาชนในเรื่องนี้ได้เพียงใด.