“กรณ์ จาติกวณิช” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กระตุกรัฐบาลอย่าหน่อมแน้ม จี้ใช้อำนาจกฎหมายสางปม “กำไรโรงกลั่น” อัดอย่าซื้อเวลา เร่งพิสูจน์ความจริงค่าการกลั่น

วันที่ 4 เมษายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน โดยเฉพาะกรณีส่วนต่างค่าการกลั่นน้ำมันที่พุ่งสูงผิดปกติ ชี้รัฐต้องใช้อำนาจตามกฎหมายแทนการ “ขอรับบริจาค” เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล

นายกรณ์ ระบุว่า ปัจจุบันประชาชนกำลังเผชิญวิกฤตค่าครองชีพจากปรากฏการณ์ค่าการกลั่นที่บางวันพุ่งสูงถึง 17 บาทต่อลิตร ซึ่งรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว โดยย้ำว่าหาก คตร. พบข้อเท็จจริงว่าโรงกลั่นมีกำไรเกินควรจริง รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะใช้อำนาจรัฐดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย

“รัฐบาลอย่าหน่อมแน้มขอเงินบริจาคจากโรงกลั่น” พร้อมเตือนว่าการใช้วิธีขอความร่วมมือโดยไม่มีกฎหมายรองรับนั้น นอกจากจะแสดงถึงความไม่จริงจังแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อหลักธรรมาภิบาลของโรงกลั่นที่เป็นบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการฟ้องร้องจากผู้ถือหุ้นได้

แฉยุทธศาสตร์เดิมปี 65 ตกลงหมื่นล้านจ่ายจริงแค่หลักร้อยล้าน

นายกรณ์ ยังได้หยิบยกบทเรียนเมื่อปี 2565 เพื่อเตือนใจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะประธาน คตร. ว่าอย่าเดินซ้ำรอยยุทธศาสตร์การซื้อเวลาที่ทั้งรัฐมนตรีพลังงานและผู้ประกอบการเคยใช้มาแล้ว โดยในครั้งนั้นโรงกลั่นเคยตกลงว่าจะบริจาคเงินรวม 24,000 ล้านบาท (เดือนละ 8,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 เดือน) แต่สุดท้ายกลับมีการจ่ายจริงเพียงไม่กี่ร้อยล้านบาทจากบางบริษัทเท่านั้น และเรื่องก็เงียบหายไปโดยไม่มีการแก้ไขโครงสร้างราคาที่บกพร่องอย่างแท้จริง

...

พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายกรณ์ จาติกวณิช ยืนยันว่า ความชัดเจนและความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย สังคมควรได้รับรู้ว่าโครงสร้างราคาในปัจจุบันบกพร่องจริงหรือไม่

“ประชาชนรอการทำงานที่จริงจังและโปร่งใส อย่าใช้วิธีการซื้อเวลารอให้กระแสกดดันผ่านไป รัฐบาลต้องยึดหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายที่ถูกต้อง เพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งภาคธุรกิจและที่สำคัญที่สุดคือเพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน”