กองทัพบกสั่งตรวจสอบกำลังพลทั่วประเทศ คุมเข้มรอยสักนอกร่มผ้า หากจงใจฝ่าฝืนมีโทษตั้งแต่ภาคทัณฑ์ไปจนถึงขั้นให้ออกจากราชการทันที
วันที่ 2 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพบกได้ออกหนังสือด่วนมาก กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติที่เข้มงวดในการกำกับดูแลกำลังพลที่มีรอยสักบริเวณนอกร่มผ้าภายหลังเข้ารับราชการ โดยระบุแม้ปัจจุบันสังคมจะยอมรับรอยสักในฐานะศิลปะบนร่างกายมากขึ้น แต่สำหรับข้าราชการทหารยังคงจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อรักษาภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ ตลอดจนระเบียบวินัยและเกียรติภูมิของกองทัพ โดยมุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบรอยสักที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
มาตรการดังกล่าวระบุให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกจนถึงระดับกองพัน ดำเนินการตรวจสอบกำลังพลในสังกัดทั้งชายและหญิงทุกระดับชั้นอย่างละเอียดภายในเดือนเมษายน 2569 โดยใช้เกณฑ์การแต่งกายชุดกีฬาของหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เป็นบรรทัดฐาน หากตรวจพบรอยสักนอกร่มผ้าในระยะแรก จะยังไม่มีความผิดทางวินัย แต่หน่วยจะต้องบันทึกภาพนิ่งพร้อมลงลายมือชื่อกำกับเพื่อจัดเก็บเป็นหลักฐานในฐานข้อมูล PDX และกำหนดให้มีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
สำหรับกำลังพลที่ตรวจพบรอยสักเพิ่มเติมภายหลังจากการบันทึกประวัติครั้งแรก จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่
1 กรณีไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภารกิจ จะถูกลงทัณฑ์ทางวินัยฐานประพฤติตนไม่เหมาะสมและสั่งให้ดำเนินการแก้ไขรอยสัก และลงทัณฑ์ผู้ทำผิดวินัย ตั้งแต่ ภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม กัก ขัง และจำขัง
2 กรณีมีเจตนาสักเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่: ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษถึงขั้นปลดออกจากกองทัพและถอดออกจากยศทหารตามระเบียบของกระทรวงกลาโหมทันที
...
ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ให้อำนาจจำกัดสิทธิเสรีภาพของข้าราชการทหารในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวินัยและจริยธรรม เนื่องจากรอยสักนอกร่มผ้าอาจส่งผลกระทบต่อภารกิจสำคัญและภาพลักษณ์ของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งต้องรักษาความสง่างามตามแบบธรรมเนียมทหารอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งกองทัพสืบไป