นายกฯ ป้อง “พิพัฒน์” เมินดราม่าผลประโยชน์ทับซ้อน ลั่นเจ้าตัวขอลาออกแต่ไม่ให้ออก ยันน้ำมันไม่ขาดแคลน-ยังไม่ถึงขั้นภาวะฉุกเฉิน


วันที่ 30 มีนายคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เคลียร์ชัดทุกประเด็นร้อนหลังสังคมจับตาการทำงานของรัฐบาลท่ามกลางวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในเรื่องราคาน้ำมันแพง โดยนายกฯ ยอมรับว่า นายพิพัฒน์ยื่นใบลาออกจากประธาน ศบก. จริงเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังถูกกระแสสังคมโจมตีเรื่องธุรกิจน้ำมันของครอบครัว แต่ตนไม่อนุมัติเพราะมองว่าเป็นคนทำงานเก่งและมีประสบการณ์ หากมีการเอื้อประโยชน์จริงตนต้องรู้และไม่ยอมแน่ 

“ถ้าทำผิด ผมจับได้แน่นอน ความจริงตั้งใจต้องการให้ท่านเอกนิติคุมทีมแต่เจ้าตัวขอใช้ชื่อนายพิพัฒน์เพื่อขับเคลื่อนงานได้เต็มสูบ"นายกฯอนุทินบอกและยืนยันว่า น้ำมันในประเทศยังมีพอ ไม่ถึงขั้นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน ปัจจุบันสถานการณ์ตามปั๊มเริ่มคลี่คลายเกือบปกติแล้ว สั่งผู้ว่าฯ 76 จังหวัดเกาะติดรายงานทุกเช้า ใช้เป็น KPI วัดผลงานช่วงสงกรานต์ พร้อมแจงการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปผ่าน ปตท. เพื่อส่งต่อไป สปป.ลาว เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและบริหารจัดการระบบสำรองให้เสถียรยิ่งขึ้น

ส่วนข้อเสนอแนะของนายกพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อการแก้ปัญหาน้ำมันนั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความเห็นแต่การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่คณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามช่วงสงกรานต์ราคาน้ำมันยังคงเป็นไปตามกลไกลตลาดโลก ดีเซลอาจแตะ 60 บาทได้ถ้าสงครามตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เพราะปัจจัยรบกันในต่างประเทศเราควบคุมไม่ได้