กกต. แถลงภาพรวมเลือกตั้งเทศบาล 297 แห่ง เรียบร้อย ไม่พบเรื่องร้องเรียนทำผิดกฎหมาย แจง ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ระดับเทศบาล และนายกเทศมนตรีต่างกัน เพราะประชาชนมีการย้ายทะเบียนบ้านไปมา เน้นย้ำ กปน.ทำหน้าที่เข้มข้น 


วันที่ 29 มี.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงภาพรวม การเปิดหน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี กรณี อบต. จัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลและเทศบาลเมือง จำนวน 297 แห่ง ทั่วประเทศ ว่า วันนี้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นระดับเทศบาล 297 แห่ง 63 จังหวัด แบ่งเป็นการเลือกตั้งระดับเทศบาลตำบล 273 แห่ง และเทศบาลเมือง 24 แห่ง รวม 3,901 หน่วยเลือกตั้ง โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ระดับเทศบาล 1,918,259 คน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายกเทศมนตรี 1,919,249 คน ส่วนสาเหตุที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภทไม่เท่ากันเนื่องจากประชาชนมีการย้ายทะเบียนบ้านไปมาในพื้นที่เขตเทศบาลเดียวกันทำให้เหลือการเลือกตั้งเหลือเพียงเลือกนายกเทศมนตรีเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้สำนักงาน กกต. ได้รับรายงาน จากผู้อำนวยการการเลือกตั้งทั้ง 63 จังหวัดพบว่าทุกหน่วยเลือกตั้งได้เปิดการลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมขอฝากถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่จะออกไปใช้สิทธิ ให้ตรวจสอบหนังสือแจ้งเจ้าบ้านว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใด ลำดับที่ในการใช้สิทธิ รวมถึงสามารถตรวจสอบได้ที่บัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ปิดประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงสามารถตรวจสอบได้จากแอปพลิเคชั่น Smart Vote และขอให้เตรียมหลักฐานในการแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้ที่ประกอบด้วยรูปถ่ายและหมายเลขประจำตัว 13 หลัก หรือหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ แอป Thai ID หรือใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ บัตรประจำตัวผู้พิการ  

...


รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการเลือกตั้ง 2 ประเภท บัตรเลือกตั้งจึงมีสีแตกต่างกัน โดยบัตรสีเขียวเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล เลือกได้ไม่เกิน 6 หมายเลข ส่วนบัตรเลือกตั้งสีเหลืองทอง เป็นการเลือกนายกเทศมนตรี เลือกได้ไม่เกิน 1 หมายเลข และขอให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับข้อพึงระวังตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น การจำหน่าย จ่าย แจก จัดเลี้ยงสุรา ห้ามหาเสียงไม่ว่าจะเป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครใด เพราะมีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงข้อห้ามในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เช่น ห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ไม่ได้รับแจกจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือ กปน. ไปออกเสียง ห้ามทำบัตรเลือกตั้งให้ชำรุดเสียหาย เช่น การฉีกทำลายบัตรซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง รวมไปถึงห้ามใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือใดถ่ายบัตรเลือกตั้งที่ทำเครื่องหมายลงคะแนนแล้ว และห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นข้อห้ามที่พึงระวังตามกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกเทศบาลและนายกเทศมนตรีทั้ง 297 แห่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 



สำหรับพื้นที่ที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมากที่สุดคือ จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 19 เทศบาล รองลงมาจังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดขอนแก่น จำนวน 13 เทศบาล ซึ่งสำนักงาน กกต. จังหวัดก็จะมีการควบคุมดูแลเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 



เมื่อถามว่า กกต. ได้เน้นย้ำไปยังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในการปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเหมือนการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา ว่าที่ ร.ต. ภาสกร กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั้ง 77 แห่ง พร้อมกำชับขั้นตอน วิธีการ กระบวนการให้ชัดเจนถูกต้องตามระเบียบกฎหมายมากที่สุด ซึ่งได้เน้นย้ำไปยัง กปน. ทั้งหมดในการอบรมอยู่แล้ว


เมื่อถามว่า ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ใด ต้องจับตาดูเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขันสูง ว่าที่ ร.ต. ภาสกร กล่าวว่า บางแห่งบางจังหวัดมีการเลือกตั้งเฉพาะเทศบาลเดียว บางแห่งก็สองถึงสามเทศบาล แต่ที่เราต้องโฟกัสเป็นพิเศษ คือ จังหวัดที่มีเทศบาลมาก เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด ที่มีอยู่ 19 แห่ง รวมถึงมหาสารคาม และ จังหวัดขอนแก่น ที่มี 13 แห่ง และอาจมีจังหวัดใหญ่ เช่น จังหวัดนครราชสีมา มีจำนวน 11 แห่ง ซึ่งจังหวัดเหล่านี้ต้องมีการโฟกัสเป็นพิเศษในการติดตามดูแลเพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย


เมื่อถามอีกว่า ได้รับรายงาน เกี่ยวกับการกระทำที่สุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย ของ กกต. บ้างแล้วหรือไม่ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มี อาจด้วยประเด็นหลายอย่างเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ยกฐานะเป็นเทศบาล กระบวนการจะมีการเปลี่ยนแปลงไป จากสมาชิกสภาซึ่งเดิมที อบต. มีเขตละหนึ่งคน แต่รอบนี้ปรับเปลี่ยนเป็นเขตละหกคน ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นกระบวนการส่วนนี้ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย