“พิพัฒน์” เผยมติ ครม.นัดพิเศษ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาท ชี้ ยังไม่สามารถใช้ได้ทันที ต้องส่ง กกต. และรออนุมัติก่อน ยืนยัน รู้ก่อนประกาศราคาน้ำมันขึ้น 6 บาทแค่ครึ่งชั่วโมง


วันที่ 27 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ผอ.ศบก.) เปิดเผยในช่วงหนึ่งของรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งพิเศษ (26 มีนาคม 2569) ที่จะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ว่า ครม. มีมติลดภาษีสรรพสามิต 1 บาท แต่ยังไม่สามารถใช้ได้ทันที เพราะ ครม. ต้องส่งเรื่องนี้ปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติก่อน ซึ่งจะเร็วหรือช้าก็อยู่ที่ กกต. แต่เชื่อว่าจะไม่ช้า

ทางด้านคำถามว่าเหตุใดจึงลดเพียง 1 บาท นายพิพัฒน์ ตอบว่า ต้องค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน เก็บภาษีสรรพสามิตเป็น 0 แต่ขอเวลา เพราะเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะทำอะไร ท่านก็ต้องดูกระเป๋าตัวเองด้วย เหตุการณ์ต่างๆ ก่อนหน้านี้ กระเป๋าที่กระทรวงการคลังอยู่เท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเราผลักภาระไปให้กับผู้ใช้เสมอ แต่รัฐบาลก็ต้องดูสภาพของตัวเอง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของความรับผิดชอบของใคร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ต้องไปคำนวณ ก็เห็นว่าจะนำร่องก่อน 1 บาท หลังจากนี้วิกฤตหรือรุนแรงต่อไป เราจะถอดออก เพราะจริงๆ แล้ว จะ 1 บาท 6 บาท หรือ 10 บาท หรือจะยืมมาจากธนาคารเอาเข้ากองทุนฯ ไป สุดท้ายมันเป็นของเงินพวกเราทั้งนั้น

...

ทั้งนี้ หากว่ารัฐเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า เราก็ต้องไปกู้ถูกไหม แต่ถ้าเราเก็บภาษีได้คงเดิม เอาให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ไปกู้เพื่อมาอัดเข้ากองทุนฯ มันก็คือเงินกู้เหมือนกัน แต่เมื่อรัฐเก็บภาษีไม่ได้ มันหาย หายเลย แต่ กบน. เนี่ยกู้มา สุดท้ายแล้วเมื่อราคาน้ำมันถูก เรายังสามารถมาคืนให้กับธนาคารที่เราไปกู้มาได้ แต่ถ้ารัฐ ไปแล้วไปเลย เพราะฉะนั้นมันมีข้อคิดให้พวกเราต้องคิดว่า เราจะเลือกวิธีการใดวิธีการหนึ่ง เบื้องต้นตอนนี้ ขณะนี้คือ 1 บาท

นายพิพัฒน์ ย้ำถึงเรื่องการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทกลางดึกของวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมาด้วยว่า ตนจะโกหกไปเพื่ออะไร รู้ก่อนประชาชนเพียงครึ่งชั่วโมงว่าราคาน้ำมันจะขึ้น 6 บาท ก่อนจะตัดพ้อว่า “คนมองว่าผมโกหกไปหมด เพราะฉะนั้นจริงหรือเท็จก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินดีกว่า ผมพูดด้วยตัวเองไม่ได้ ผมจะไปร้องไห้ที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะวันนี้เขาก็บอกว่าผมเป็นเรื่องของ Conflict ผมเป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่งในบริษัท PTG (ปั๊มน้ำมัน PT)”