“สุรเดช” ไทยสร้างไทย กางแผนดันยุทธศาสตร์ “จังหวัดพึ่งพาตนเอง” ฝ่าวิกฤตสงคราม ผลกระทบพลังงาน-เศรษฐกิจโลกหยุดชะงัก


วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) เปิดเผยถึงข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรับมือวิกฤตการณ์โลก โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านพลังงานและราคาน้ำมันที่มีผลกระทบอย่างหนักว่า ที่ผ่านมาการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ผันผวนได้อย่างทันท่วงที ความเข้มแข็งของประเทศในภาวะวิกฤตจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการพึ่งพาตนเองของระดับจังหวัดเป็นสำคัญ ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางขนส่งพลังงานและวัตถุดิบ นำไปสู่ภาวะการหยุดไหลของระบบเศรษฐกิจโลกที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านราคาน้ำมัน การขาดแคลนปุ๋ย ยารักษาโรค หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ซึ่งจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการดำรงชีวิตประชาชน


“พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอโครงการสร้างความมั่นคงระดับจังหวัด โดยใช้รูปแบบ Sandbox นำร่องที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านการแพทย์ การเป็นศูนย์กลางพลังงาน และฐานการผลิตเกษตรกรรม โดยจะจัดตั้งคณะกรรมการบริหารงานวิกฤตการณ์จังหวัดที่ประกอบด้วยภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และภาคสังคม เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงใน 5 มิติหลัก ได้แก่ ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน การแพทย์ การเงิน และการบริหารทรัพยากร ในมิติด้านการเงิน เสนอให้จัดตั้งกองทุนระดับจังหวัดขนาดไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท สำหรับจังหวัดใหญ่ และ 2,000 ล้านบาท สำหรับจังหวัดเล็ก เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ส่วนด้านสาธารณสุขจะเน้นการบูรณาการแพทย์แผนปัจจุบันร่วมกับสมุนไพรไทยเพื่อรองรับกรณีขาดแคลนยานำเข้า ขณะที่ด้านพลังงานจะมุ่งเน้นการปรับระบบขนส่งไปสู่พลังงานไฟฟ้าเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน”  นายสุรเดช กล่าวและว่า

...


“ โครงการดังกล่าวได้วางกรอบรับมือสถานการณ์ไว้ 3 ระดับ ตั้งแต่กรณีสงครามจบเร็วไปจนถึงสงครามระดับสูง โดยหลังจากดำเนินโครงการนำร่องที่ขอนแก่นเป็นเวลา 3 เดือน จะมีการจัดทำคู่มือการบริหารจัดการวิกฤตระดับจังหวัดฉบับบูรณาการ และพัฒนาระบบที่ปรึกษาอัจฉริยะหรือ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารในทุกจังหวัดทั่วประเทศภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน. นี่คือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศที่ต้องเริ่มดำเนินการทันที เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากระบบที่พึ่งพิงภายนอก ไปสู่ประเทศที่สามารถกำหนดเสถียรภาพและความมั่นคงของตนเองได้อย่างยั่งยืน หากดำเนินการล่าช้าอาจส่งผลให้ประเทศเผชิญกับความสูญเสียในวงกว้างและทำได้เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น” นายสุรเดช กล่าวย้ำ