“วีระยุทธ” ซัด “อนุทิน” ไม่เห็นใจประชาชน ขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท แนะวิกฤตแบบนี้ควรสื่อสารประชาชนทางเดียว อย่าอ้างรอรัฐบาลใหม่ เอาเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉิน จาก กกต. เยียวยาประชาชนได้เลย
วันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีราคาน้ำมันขึ้นราคา 6 บาท ในช่วงคืนที่ผ่านมา
เมื่อถามถึงการตัดสินใจขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท เป็นการบริหารผิดพลาดของรัฐบาล และเป็นการจัดการความรู้สึกของประชาชนล้มเหลว นายวีระยุทธ กล่าวว่า เป็นการทำให้ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่น เพราะปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัด ที่ประชาชนต้องถือแกลลอนน้ำมันไปต่อแถวแล้ว ตอนเช้ามารู้ว่าน้ำมันแพงขึ้น 6 บาท ขณะที่ชาวประมงซื้อน้ำมันรายวัน เมื่อเจอราคาน้ำมันปรับขึ้นรวดเดียวแบบนี้ไม่มีใครออกไปหาปลาแน่นอน วันนี้มีแต่ความไม่แน่นอนเต็มไปหมด รัฐบาลไม่เห็นอกเห็นใจประชาชนเลยว่าจะใช้ชีวิตกันอย่างไร
ส่วนที่วันนี้นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจด่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ส่วนตัวยังไม่ทราบว่าจะมีมาตรการอะไรออกมา มีแต่ไปพูดผ่านรายการนั้นรายการนี้ โดยยกตัวอย่าง กรณีที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปให้สัมภาษณ์บางสื่อ แต่ไม่มีการสื่อสารที่เป็นทางการจากรัฐบาล ซึ่งวิกฤตแบบนี้ ภาวะผู้นำสำคัญกว่าอื่นใด ในภาวะปกติ ควรจะสื่อสารกับประชาชนโดยตรงอธิบายให้เข้าใจ ไม่ใช่สื่อสารผ่านทางหน้าข่าว หรือบางรายการเท่านั้น
พร้อมย้ำว่าการช่วยเหลือเยียวยาของประชาชนสามารถทำได้ทันที เพราะมีเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉิน อยู่แล้วในงบประมาณกลางปี ยกเว้นว่ารัฐบาลจะเก็บเอาไว้ทำอย่างอื่น แต่ในสภาวการณ์แบบนี้เรื่องนี้เร่งด่วนที่สุด ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะรอรัฐบาลใหม่ สามารถนำเงินนี้มาใช้ได้เลยผ่าน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
...
นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้หลังเปิดญัตติหารือกันที่สภา พอปิดประชุมราคาน้ำมันก็กระชากขึ้นทันที โดยที่ประชาชนยังไม่ทันตั้งตัว หากบริหารแบบนี้ยังไงก็ปั่นป่วน และมองว่ารัฐบาลตัดสินใจพลาดตั้งแต่การตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน เพราะโลกภายนอกปั่นป่วนมีพายุเข้ามา แต่เราไปสร้างกำแพงกั้นไว้
พร้อมถามว่ารัฐบาลยอมรับแล้วหรือยังว่า การตัดสินใจแบบนั้นเป็นต้นตอของความปั่นป่วน จากที่ “ดีมานด์” กับ“ซัพพลาย” เคยเท่ากัน คนอยากขายก็ขายน้อยลง คนอยากซื้อก็ซื้อมากขึ้น เกิดช่องว่างรูโหว่บวกกับคอร์รัปชันอีก จึงเป็นความปั่นป่วนที่รัฐบาลสร้างขึ้นจากนโยบาย ถ้าไม่ยอมรับก็ไม่มีบทเรียน แล้วตกลงจะปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวหรือเปล่าก็ไม่มีใครให้คำตอบได้
ส่วนตัวเชื่อว่าคนไทยเข้าใจดีปัญหาพลังงานมีผลกระทบจากปัจจัยภายนอก แต่ในประเทศต้องรู้ว่าใครเดือดร้อนไม่ใช่เลือกช่วยเหลือเฉพาะบางกลุ่ม พร้อมตั้งคำถามว่า ตกลงเราบริหารสถานการณ์นี้ด้วยอะไร
ส่วนวิธีปล่อยให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นทุก 6 บาทตลอดไป จะเป็นแนวทางที่รัฐบาลจะใช้ต่อไปเลยหรือไม่นั้น นายวีระยุทธ กล่าวว่า ไม่มีใครสามารถบอกได้ และทุกปีเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่คนเดินทางกลับบ้านเศรษฐกิจจะคึกคัก แต่เจอวิกฤตแบบนี้ไปใครจะกล้าเดินทาง หากเดินทางไปแล้ว ราคาน้ำมันปรับขึ้นระหว่างเดินทาง หรือมีน้ำมันให้เติมหรือไม่ จึงคิดว่าเป็นผลที่ส่งต่อสืบเนื่องไปถึงสงกรานต์แน่นอน
ส่วนที่กรณีที่พบการส่งออกน้ำมันจากไทยไปขายให้ประเทศเพื่อนบ้านต่อเนื่อง ทั้งที่ไทยยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมัน รัฐบาลควรชะลอหรือยกเลิกการส่งออกไปหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับคนไทยก่อน ส่วนต้องยกเลิกส่งออกไปก่อนหรือไม่ต้องไปดูรายละเอียดสัญญา แต่เรื่องนี้รัฐบาลต้องให้คนไทยเพียงพอใช้จ่ายกันเองในประเทศก่อน พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า “การตัดสินใจกระชากราคาขึ้น 6 บาทเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในสังคม ขอวิพากษ์วิจารณ์เป็นการตัดสินใจที่ไม่มีหลักการ ไม่มีคำอธิบาย และไม่เห็นใจประชาชน” และย้ำว่าพรรคประชาชน จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
