“กรณ์” ซัดรัฐบาล ขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท ผลักภาระประชาชน ปล่อยโรงกลั่นทำกำไรมหาศาล ชี้มีสิทธิ์เห็นดีเซลลิตรละ 50 บาท ด้านโฆษก ปชป. กางสูตร 6 + 3 ลดราคาน้ำมันทันที 9 บาท
วันที่ 26 มีนาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กช่วงดึกคืนวันที่ 25 มีนาคม ว่า วันนี้อยู่สภาฯ ถึง 4 ทุ่ม พอกลับถึงบ้านเห็นข่าวออกพอดีว่าพรุ่งนี้ราคาดีเซลจะปรับขึ้นรวดเดียว 6 บาท จาก 33 บาทต่อลิตร เป็น 39 บาททันที ดูเหมือนรัฐบาลรอให้สภาฯ ปิดก่อนปล่อยข่าว ซึ่งประเด็นนี้ตรงกับที่ผมอภิปราย ว่ารัฐบาลอย่าผลักภาระให้ประชาชนฝ่ายเดียว แต่แล้วนี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคืนนี้
...
วันนี้กองทุนน้ำมันต้องชดเชยราคาอยู่ถึงลิตรละ 27 บาท เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่า เราไม่ควรต้องอุ้มไว้มากถึงขนาดนั้น แต่อีกสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลปรับขึ้นราคาน้ำมัน ก็เพราะรัฐบาลหาวิธีแก้ปัญหาไอ้โม่งกักตุนน้ำมันไม่ได้ และหวังว่าการปรับราคาสูงขึ้นจะทำให้การกักตุนนั้นลดลง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า วิธีนี้จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก นอกจากราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นแล้ว ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับขึ้นตามด้วย
พรรคประชาธิปัตย์เราขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่ควรให้ประชาชนรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว แต่รัฐบาลและโรงกลั่นต้องเสียสละด้วยในส่วนของโรงกลั่น มีสามประเด็นสำคัญ
1. วิธีการกำหนดราคาขายเป็นราคาสิงคโปร์ที่รวมค่าขนส่งสมมติว่าต้องขนจากสิงคโปร์มาไทย (ทั้งๆที่โรงกลั่นอยู่ในไทย) - วิธีนี้ทำให้น้ำมันสูงเกินจริง
2. โรงกลั่นช่วงนี้กำไรแบบลาภลอยจากน้ำมันดิบในสต๊อกที่ราคาสูงขึ้นมาก
3. บวกกับค่าการกลั่นปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 6.33 บาทต่อลิตร สูงกว่าระดับก่อนวิกฤตถึง 3 เท่า
พรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอว่า รัฐบาลควรเก็บ ค่าธรรมเนียมลาภลอย 3 บาท ต่อลิตร เข้ากองทุนน้ำมัน ในส่วนของรัฐบาล รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตลงทันที 6 บาทต่อลิตร (ปัจจุบันเก็บอยู่ 6.90) ซึ่งความจริงหากรัฐบาลเชื่อเรา ด้วยเพียงแค่มาตรการนี้ พรุ่งนี้รัฐบาลไม่ต้องปรับเพิ่มราคาน้ำมันเลยแม้แต่บาทเดียว
นายกรณ์ ระบุว่า รัฐบาลกำลังผลักภาระทั้งหมดไปที่ประชาชน โดยปล่อยให้โรงกลั่นทำกำไรมหาศาล และโดยที่รัฐบาลไม่คิดจะเสียสละลดรายได้ภาษีหรือค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเลย ขอเสริมว่าถ้ารัฐบาล “พูดแล้วทำ” จริง และปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลตามคำพูดท่านนายกฯ ราคาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ มีสิทธิได้เห็นลิตรละ 50 บาทในอีกไม่นาน
ด้านนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความกังวลอย่างหนักต่อสถานการณ์ราคาน้ำมัน โดยระบุว่า ตัวเลข 6 บาท ที่เพิ่มขึ้นนี้ต้อง “อุ้มประชาชน” ไม่ใช่ “อุ้มโรงกลั่น”
นายพงศกร กล่าวเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้อง หยุดอ้างกองทุนน้ำมันเพื่อผลักภาระให้ประชาชน เพราะการที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นถึง 6 บาทนั้น ไม่ควรจบลงที่การควักเงินในกระเป๋าคนไทยไปอุดหนุนกำไรโรงกลั่น ซึ่งในข้อเท็จจริงรัฐบาลยังมีทางเลือกอื่นที่ยังไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในขณะนี้
โดยทางพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำเสนอสูตรแก้ปัญหาคือ “6 + 3 = ลดได้ 9 บาท” ซึ่งประกอบด้วยแนวทางหลัก 2 ส่วน ดังนี้
1. ลดภาษีสรรพสามิตชั่วคราว (ลดทันที 6 บาท) เป็นสิ่งที่ทำได้ทันทีและเคยทำมาแล้วในอดีต ในสมัยที่เกิดวิกฤตน้ำมัน เพื่อลดต้นทุน ไม่ใช่มาเก็บเพิ่มจากประชาชน
2. เก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น (Windfall Tax) (ลดเพิ่ม 3 บาท) ในวันที่น้ำมันแพง โรงกลั่นกลับได้กำไรจากค่ากลั่นที่สูงขึ้น เราควรดึงกำไรส่วนเกินนี้กลับมาช่วยประชาชน รวมแล้วเราสามารถลดราคาน้ำมันได้ถึง 9 บาท
นายพงศกร ได้เรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ในเวลานี้ ขอให้รัฐบาลหยุดนึกถึงนายทุน แล้วหันมามองความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากเสียงสะท้อนว่า “จนไม่ไหวแล้ว” ดังขึ้นเรื่อย ๆ จึงอยากเตือนรัฐบาลว่าอย่าให้ประชาชนต้องแบกรับภาระ ในขณะที่นายทุน “รวยไม่ไหวแล้ว”
