ป.ป.ช. สนธิกำลังร่วม บก.ปปป. และ ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เรียกเงิน 15 ล้านบาท แลกหลุดคดี
วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และคณะ ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงาน ป.ป.ท. สนธิกำลังปฏิบัติการเข้าร่วมจับกุมนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) หลังแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. เรียกรับเงินเพื่อแลกกับการช่วยเหลือคดีที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
กรณีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) อ้างว่าผู้เสียหายมีคดีอยู่ในสารบบของสำนักงาน ป.ป.ช. ถ้าต้องการหลุดพ้นจากคดีตนมีเครือข่ายภายในสำนักงาน ป.ป.ช. สามารถช่วยเหลือเรื่องคดีได้ แต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการแต่ผู้เสียหายไม่เชื่อว่า สำนักงาน ป.ป.ช. จะมีการโทรมาในลักษณะเช่นนี้ ทั้งนี้ผู้เสียหายยืนยันว่าพฤติการณ์ในคดีของตนกับพวกดังกล่าวกระทำไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการและไม่มีเจตนาทุจริตต่อหน้าที่
...
ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อแจ้งเบาะแสดังกล่าวกับสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ต่อมานายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) ได้ติดต่อเข้าพบผู้เสียหายเพื่อเจรจาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ โดยนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) แจ้งว่าในการช่วยเหลือเกี่ยวกับคดีนี้มีค่าใช้จ่าย เป็นจำนวน 15 กิโลกรัม หรือเป็นเงินจำนวน 15,000,000 บาท สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในคดีทั้ง 3 ราย (รายละ 5,000,000 บาท) ต่อมาได้มีการเจรจาต่อรองเรื่องจำนวนเงิน กระทั่งนายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) ยอมตกลงเรียกรับเงิน จำนวนเงิน 3,000,000 บาท (รายละ 1,000,000 บาท) โดยจะต้องจ่ายเป็นเงินสดล่วงหน้าก่อนเป็นเงินจำนวน 2,000,000 บาท
เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. , บก.ปปป. และสำนักงาน ป.ป.ท. จึงได้วางแผนร่วมกับผู้เสียหาย นัดหมายให้นายศรายุทธ (สงวนนามสกุล) มารับเงินสดเป็นเงินมัดจำบางส่วนในวันนี้จำนวน 200,000 บาท และเจ้าหน้าที่ฯ ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ ค. 1/2569 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2569 เข้าทำการตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 34/32 ซอยประชาอุทิศ 54 แยก 13 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือพยานหลักฐานซึ่งมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยผิดกฎหมายหรือได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด
ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป