“อรรถวิชช์” ยื่น 2 กฎหมายของพรรครวมไทยสร้างชาติ ดัน “เสรีโซลาร์-ปฏิรูปเครดิตบูโร” ลดต้นทุนพลังงานและโอกาสทางการเงินของประชาชน ขอบคุณเพื่อนสมาชิกร่วมลงชื่อสนับสนุนจนยื่นเข้าสู่สภาฯ ได้สำเร็จ
วันที่ 25 มีนาคม 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เข้ายื่นเสนอร่างกฎหมายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จำนวน 2 ฉบับ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังสามารถรวบรวมรายชื่อ สส. สนับสนุนได้ครบอย่างน้อย 20 คน ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด พร้อมเปิดเผยว่า แม้พรรครวมไทยสร้างชาติจะมี สส. เพียง 2 คน แต่ได้เดินหน้าผลักดันกฎหมายทั้ง 2 ฉบับอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนจนสามารถยื่นเข้าสู่สภาฯ ได้สำเร็จ
สำหรับร่างกฎหมายฉบับแรก คือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ “กฎหมายเสรีโซลาร์” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย มีเป้าหมายปลดล็อกข้อจำกัดในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน โดยเสนอให้ยกเลิกขั้นตอนการขออนุญาตจาก 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ราชการส่วนท้องถิ่น (สำนักงานเขต เทศบาล อบต.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยจะปรับเป็นระบบ “แจ้งครั้งเดียวจบ” ผ่านช่องทางออนไลน์ และกำหนดให้มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยโดยวิศวกรที่มีใบอนุญาต เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้สะดวกมากขึ้น
...
ร่างกฎหมายฉบับที่ 2 คือ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับแก้ไข) หรือ “กฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโร” มุ่งแก้ปัญหาการแช่แข็งลูกหนี้ในระบบ โดยเสนอให้ผู้ที่ชำระหนี้ครบและปิดบัญชีแล้ว สามารถลบประวัติได้ทันที พร้อมห้ามสถาบันการเงินนำข้อมูลเดิมไปเผยแพร่ต่อ นอกจากนี้ ยังเสนอปรับรูปแบบการแสดงข้อมูลเครดิตเป็นระบบคะแนน (Credit Scoring) แทนการเปิดเผยประวัติทั้งหมด ไม่นำข้อมูลหนี้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มาคำนวณ และเปิดให้ประชาชนตรวจสอบคะแนนเครดิตของตนเองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่ออย่างเป็นธรรม
ในช่วงท้าย นายอรรถวิชช์ กล่าวย้ำด้วยว่า ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ มีเป้าหมายสำคัญในการลดอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อประชาชนโดยตรง ทั้งด้านต้นทุนพลังงานและโอกาสทางการเงิน พร้อมผลักดันให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว.