“ภัทรพงศ์” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดพฤติกรรม “อนุทิน-ครม.” ละเว้นปฏิบัติหน้าที่แก้ปมน้ำมันขาดแคลน เอื้อนายทุน พร้อมร้องขอส่งชื่อเป็นพยานในคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
วันที่ 25 มี.ค. 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ปล่อยปะละเลยและบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงล้มเหลว มีการทุจริตหรือไม่ รวมทั้งขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพฤติกรรมของนายอนุทินและคณะรัฐมนตรีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทุจริต เอื้อผลประโยชน์นายทุนหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากวันนี้ประชาชนคนไทยต้องประสบพบเจอกับวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง คนไทยไปต่อแถวยาวเฟื้อย บางคนต้องนอนค้างคืนเพื่อเติมน้ำมันเพียง 500 บาทเพื่อประทังชีวิต เพื่อทำมาหากิน แต่ข้อเท็จจริงจากกรมศุลกากร ระบุว่าประเทศไทยไม่ขาดแคลนน้ำมัน เพราะยังคงมีการนำเข้าประมาณ 100 ล้านลิตรต่อวัน
นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงที่เจ็บปวดมากอีกอย่างหนึ่งสำหรับคนไทย คือ รถน้ำมันวิ่งจากชลบุรีผ่านระยองและอีกหลายจังหวัดก่อนจะไปโผล่ที่มุกดาหาร 100 คันต่อวันต่อเที่ยว บรรจุน้ำมันไม่ต่ำกว่า 50,000 ลิตร แต่ปั๊มระหว่างทางกลับติดป้ายว่าไม่มีน้ำมันขาย วันนี้รถรอเติมน้ำมัน คนไทยทะเลาะเบาะแว้งเพราะแย่งน้ำมันกัน แต่ทำไมจึงยังคงส่งออกน้ำมันอยู่ นี่คือคำถามว่า ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสแก่คนไทย ตนจึงยอมไม่ได้ จึงมาตั้งคำถามต่อรัฐบาลต่อหน้าพี่น้องประชาชนทุกคน และยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ตรวจสอบว่าน้ำมันในประเทศไทยหายไปไหน แต่พอมีการปรับเพิ่มราคาน้ำมัน 2 บาทกลับมีน้ำมันโผล่มา มันโผล่ออกมาจากที่ซ่อนหรือจากหลุม หรือโผล่มาจากรูหนูหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วถึงแม้จะเพิ่มราคาขึ้น 2 บาท น้ำมันก็มีแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งหากเพิ่มเป็น 4 บาท 5 บาท 6 บาททีนี้คงเติมกันฉ่ำเช่นนั้นหรือไม่
...
“สถานการณ์วันนี้ ประชาชนบอกว่าน้ำมันไม่มีเป็นความลำบากก็พอทน เพราะยังคงพอหาได้บ้างด้วยข้อจำกัด แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่มีคือเงินเติมน้ำมัน วันนี้ผมจึงมายื่น หวังว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะทำเรื่องนี้เช่นเดียวกันกับกรณีคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ดเลือกตั้ง” นายภัทรพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่า การยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ครั้งนี้ได้แนบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับปัญหาน้ำมัน อะไรมาด้วยหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หลักฐานพื้นๆ หลักฐานที่เราเห็นเราทราบอย่างข่าวกรมศุลกากรประกาศว่ามีการนำเข้าน้ำมันวันละ 100 ล้านลิตร ตนเห็นอย่างไร ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เห็นเช่นนั้น และผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจมากกว่าตน 100 เท่า 1,000 เท่าในการที่จะเรียกอ่านเอกสารหลักฐาน แต่ถามว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีความจริงใจในการทำเรื่องนี้หรือไม่เท่านั้นเอง
ร้องขอส่งชื่อเป็นพยานในคดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
นอกจากนี้ นายภัทรพงศ์ ยังเข้ายื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มเพื่อให้ตนเป็นพยานในกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จัดพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากอาจสามารถเชื่อมโยงให้มีการตรวจสอบย้อนหลังถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่าเลือกใครหรือลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และให้ศาลมีมาตรการคุ้มครองชั่วคราวกรณีฉุกเฉินให้รัฐสภาหยุดทำการไว้ก่อนจนกว่าคดีจะสิ้นสุด ในฐานะที่ตนเป็นผู้ยื่นเรื่องบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569
