“ศุภโชติ” พรรคประชาชน ตั้งคำถาม “น้ำมันไปไหน” จะอุดรูรั่วในระบบอย่างไร แนะเลือกทางออกที่มีเหตุผล “อุดหนุนแบบตรงเป้า” ไปยังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง


วันที่ 24 มีนาคม 2569 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นประเด็นวิกฤตน้ำมันที่รัฐบาลแจ้งว่ามีเพียงพอ แต่ประชาชนไปรอต่อคิวน้ำมันกลับไม่มีให้เติม ซ้ำยังเจอข่าวกักตุนน้ำมันที่อ่างทอง และยังเจอรถขนน้ำมันแถวชายแดนเมียนมาอีก


นายศุภโชติ กล่าวว่า วิกฤตขาดแคลนน้ำมันกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 สิ่งที่ยังเห็นอยู่ตามหน้าสื่อคือพ่อแม่พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ยังคงไม่มีน้ำมันเติม สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลล้มเหลวในการรับมือวิกฤตระดับประเทศครั้งนี้อย่างสิ้นเชิง มาตรการที่ออกมาล้วนเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และที่สำคัญคือ “แก้ปัญหาไม่รอบด้าน” ปล่อยให้ความผิดปกติเกิดขึ้นในระบบกระจายน้ำมันทุกขั้นตอน


คำถามจากพี่น้องประชาชนที่ถามกันมาตลอดว่า “น้ำมันหายไปไหน” รัฐบาลก็ไม่สามารถหาคำอธิบายที่ชัดเจนได้ ขณะที่ประชาชนรายย่อยกลับเป็นฝ่ายรับภาระ ต้องวิ่งหาน้ำมัน ต่อคิวยาวเหยียด แต่ก็ยังเติมไม่ได้ ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่รัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า “มีน้ำมันเพียงพอ”


นายศุภโชติตั้งคำถามต่อรัฐบาลว่า ปัญหาแรกที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้คือ “น้ำมันหายไปไหน” และจะอุดรูรั่วของระบบอย่างไร เพราะคำสั่งของนายกรัฐมนตรีล่าสุดที่ให้ผู้ประกอบการรายงานการผลิตและการจำหน่ายรายวันนั้น กลับไม่ครอบคลุมทั้งระบบ ยังไม่รวมผู้ขนส่งน้ำมันและสถานีบริการรายย่อย ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน นั่นเท่ากับว่ารัฐบาลกำลังมองภาพไม่ครบ แล้วรัฐบาลจะยืนยันได้อย่างไรว่า ไม่มีการกักตุนน้ำมันหรือลักลอบไปขายต่างประเทศ

...


ขณะเดียวกัน แม้รัฐบาลจะได้รับข้อมูลบางส่วน แต่กลับไม่เปิดเผยต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส ไม่มีตัวเลขที่ตรวจสอบได้ ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า ข้อมูลที่มีนั้นเพียงพอจริงหรือไม่ หรือรัฐบาลกำลังจงใจปิดบังข้อมูลต่อสังคมไว้หรือไม่ เพราะตามหน้าข่าวรายวัน ยังมีการรายงานเรื่องการกักตุนน้ำมัน หรือแม้แต่การจับกุมรถขนส่งน้ำมันที่บริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้านได้


นายศุภโชติกล่าวว่า หากรัฐบาลมีข้อมูลครบจริง สิ่งที่ประชาชนต้องการ ไม่ใช่คำอธิบายลอยๆ แต่คือ “การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง” ถ้ามีการกักตุน ต้องขยายผลให้ถึงที่สุด ไม่ใช่แค่ตรวจแล้วจบ เป็นข่าวแค่วันเดียว เพราะกรณีการกักตุนน้ำมัน 300,000 ลิตรที่จังหวัดอ่างทอง เรื่องผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบเอกสารอยู่เลย ความล่าช้าและความไม่ชัดเจนของรัฐบาล ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้ความเสียหายของประเทศขยายตัวมากขึ้น และเปิดช่องให้กลุ่มทุนบางกลุ่มเก็งกำไรบนความเดือดร้อนของประชาชน


นายศุภโชติยังย้ำถึงประเด็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือเรื่องการไหลออกของน้ำมันไปต่างประเทศ ในสถานการณ์ที่ไทยตรึงราคาภายในประเทศต่ำกว่าตลาดโลก ยิ่งเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการลักลอบส่งออกหรือฉวยโอกาสในการลักลอบนำสินค้าไปขายในตลาดที่ได้ราคาดีกว่า


ตัวอย่างล่าสุดจากการจับกุมรถลักลอบขนส่งน้ำมันจำนวน 20,000 ลิตรบริเวณจังหวัดตาก แถวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจใช้มาตรการจำกัดหรือควบคุมโควตาการส่งออกชั่วคราว เพื่อรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดภาพ “ต่างประเทศมีน้ำมัน แต่คนไทยหาเติมไม่ได้” ขณะที่โจรในคราบนายทุนพลังงานกลับทำกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล


ส่วนด้านมาตรการบรรเทาราคา รัฐบาลก็ยังขาดความแม่นยำในการใช้เครื่องมือ ต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในวันนี้ ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการอุดหนุนแบบหว่านทั้งระบบได้อีกต่อไป เพราะจะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปัจจุบันใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที มันร่อยหรออย่างรวดเร็ว และสุดท้ายประชาชนทั้งประเทศต้องมาแบกรับภาระหนี้ร่วมกัน


รัฐบาลควรเลือกทางออกที่มีเหตุผลมากกว่าคือการ “อุดหนุนแบบตรงเป้า” ไปยังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริงและมีผลต่อค่าครองชีพของคนส่วนใหญ่ เช่น กลุ่มขนส่ง เกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย โดยใช้ระบบให้เติมก่อนแล้วนำใบเสร็จมารีฟันด์จากรัฐ วิธีนี้จะช่วยลดภาระได้ตรงจุด ควบคุมงบประมาณได้ และไม่เปิดช่องให้เกิดการรั่วไหลเหมือนมาตรการแบบเหมาเข่ง


นายศุภโชติทิ้งท้ายว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันขาด แต่คือโจทย์ของรัฐบาลว่าจะเลือกแก้ไขวิกฤตนี้อย่างโปร่งใส หรือจะทำแบบเดิมที่ทำมาตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา โยนความผิดให้ประชาชน ไม่พยายามตามหาผู้ร้ายตัวจริงที่กักตุนน้ำมัน หรือที่รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าวิกฤตขาดแคลนน้ำมันในประเทศกำลังจะหายไปในสัปดาห์นี้ เพราะรู้ดีว่าโจรที่ปล้นน้ำมันคนในประเทศได้กำไรจนอิ่มพุงปลิ้นไปเรียบร้อยแล้ว