ศบก. ชี้สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังรุนแรง ผันแปรสูง เผยช่วยคนไทยเดินทางกลับแล้ว 1,475 คน  แนะนำเดินทางต่างประเทศช่วงนี้ ควรติดหมายเลขสายด่วนสถานกงศุลใหญ่ไทยในประเทศที่เดินทางไปด้วย


เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 22 มี.ค.2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า หากเดินทางไปต่างประเทศขอให้พี่น้องคนไทยระมัดระวังและตื่นตัว กระทรวงการต่างประเทศมีคำแนะนำ 3 ประการ 

3 ข้อจำให้แม่นก่อนเดินทางไปตปท.

ข้อแรก ขอให้ติดหมายเลขสายด่วนของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่เดินทางไป เผื่อในกรณีฉุกเฉินจะได้สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศได้อย่างทันท่วงที

ข้อ 2 ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากสื่อสังคมออนไลน์ของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ รวมทั้งของหน่วยงานประเทศที่ท่านเดินทางไป และหากมีคำเตือนมีคำแนะนำใดๆ ก็ขอให้ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด

ข้อ 3 ขอให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ชื่อว่า Thai consular ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางที่ท่านสามารถใช้ติดต่อหรือขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในประเทศที่เดินทางไปได้

ตะวันออกกลางยังรุนแรง

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรง โดยคู่ขัดแย้งหลักรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งอยู่ในช่วงการเฉลิมฉลองวันอีฎิลฟิตริของชาวมุสลิมและช่วงปีใหม่ของเปอร์เซีย โดยนอกจากการมุ่งเป้าฐานปฏิบัติการของสหรัฐฯในประเทศต่างๆ แล้ว ยังคงมีการขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศของภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของโลกมากขึ้น

...

ช่องแคบฮอร์มุซยังตึงเครียด

ขณะเดียวกันสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียด แม้รมว.ต่างประเทศของอิหร่านยืนยันว่าเรือต่างชาติสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ หากมีการแจ้งและตกลงเงื่อนไขร่วมกันล่วงหน้ากับอิหร่านก็ตาม ในขณะที่ล่าสุดมีการเรียกร้องโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง

นอกจากนี้ มีการออกแถลงการณ์ร่วมจาก 22 ประเทศ อาทิ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส แคนาดา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ซึ่งรวมกันผลักดันให้มีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ในกรณีพลังงานสหรัฐฯได้ออกหนังสืออนุญาตระยะสั้นเพื่ออนุญาตให้มีการขายน้ำมันของอิหร่านซึ่งตกค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมัน และจะทำให้น้ำมันประมาณ 140 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลกอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาการขาดแคลนน้ำมัน

ความผันแปรยังสูง

นายปาณิดล กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังคงมีความผันแปรสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำอีกครั้งให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด รวมทั้งแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบส่วนความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ประเทศแรกคืออิสราเอล จากกรณีแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คนที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงออกประกาศย้ำเตือนให้คนไทยที่อยู่ในอิสราเอลให้เพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยจากทางการอย่างเคร่งครัด สำหรับอิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการประสานอพยพแรงงานไทยอีก 4 คน และนักศึกษาอีก 7 คน รวมทั้งสิ้น 11 คน เดินทางทางบกข้ามไปตุรกีเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป

ช่วยคนไทยแล้ว 1,475 คน

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับท่านที่ยังอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง ตนขอย้ำอีกครั้งว่าขอให้ทุกท่านติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการเพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่ 3 รวมทั้งสิ้น 1,475 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่อันตรายให้ออกมาในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย