“เต้ มงคลกิตติ์” เชื่อ มีการกักตุนน้ำมันไว้เก็งกำไร จี้รัฐบาลแสดงศักยภาพเร่งแก้ไขปัญหา หากทำไม่ได้แนะพรรคร่วมถอนตัว เผย กำลังรวมหลักฐานตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบผิดปกติจ่อดำเนินการทางกฎหมาย
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พร้อมร่วมรับประทานอาหาร ถ่ายภาพ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำคอนเทนต์และโปรเจกต์ของนักศึกษาอย่างเป็นกันเอง ภายหลังการพบปะนักศึกษา นายมงคลกิตติ์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยกล่าวถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในประเด็นสถานการณ์น้ำมัน ซึ่งตนมองว่าการบริหารจัดการยังมีปัญหา
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อไป แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้เผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมัน แต่จากข้อมูลที่ตนได้รับทราบ เชื่อว่าอาจมีพ่อค้าคนกลางบางส่วนกักตุนหรือชะลอการปล่อยน้ำมันเข้าสู่ระบบ ทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะความต้องการสูงกว่าปริมาณที่จำหน่าย และอาจนำไปสู่การเก็งกำไรด้านราคา ทั้งนี้ หากมีการกักน้ำมันจริง อาจทำให้เกิดกำไรจำนวนมากจากการจำหน่ายนอกระบบ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปรับกลไกราคาหรือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง ตั้งแต่ภาคการขนส่ง รถบรรทุก รถแท็กซี่ ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วไป
ขณะเดียวกัน นายมงคลกิตติ์ ยังแสดงความกังวลด้วยว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจทำให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน เช่น อาหารและค่าครองชีพต่างๆ แม้กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าบางรายการ แต่ยังมีสินค้าจำนวนมากที่อยู่นอกเหนือการควบคุม พร้อมทั้งกล่าวพาดพิงถึงการทำงานของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า ควรแสดงศักยภาพในการแก้ปัญหาให้เห็นอย่างชัดเจนในช่วงสถานการณ์จริงเช่นนี้
...
พร้อมกันนี้ นายมงคลกิตติ์ ได้เสนอว่า รัฐบาลควรพิจารณามาตรการควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มงวด เช่น การตรวจสอบการขนส่งน้ำมัน การกำกับดูแลโรงกลั่นและระบบนำเข้า รวมถึงการติดตามปริมาณน้ำมันในระบบแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันการกักตุนและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจต้องพิจารณาทบทวนความเหมาะสมในการบริหารประเทศ พร้อมเชิญชวนพรรคร่วมรัฐบาลให้พิจารณาถอนตัว และหาทางออกทางการเมืองเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน
ในช่วงท้าย นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และอาจดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย หากพบความผิดปกติในระบบการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ.
