ปชน. ผิดหวัง ศบก. ไม่ใส่ใจหาตัวไอ้โม่งขโมยน้ำมัน เสนอรัฐยิงตรงมาตรการช่วยเหลือ คูปองน้ำมัน-ปุ๋ย ให้เกษตรกร เตรียมลงโทษงูเห่า “วีระยุทธ” ชี้ขับออกไม่เกิดประโยชน์ ยิ่งส่งเสริม “งูดูดงู”
วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบาย พรรคประชาชน ร่วมแถลงข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ภาคเกษตร สืบเนื่องจากสถานการณ์น้ำมันในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นายวีระยุทธ ระบุว่า จากการประชุมของ ศบก. เมื่อวานนี้ พรรคประชาชนรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านั้นผู้อำนวยการ ศบก. บอกเองว่าจะจับคนผิดที่นำน้ำมันออกจากระบบ แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีนั่นหัวโต๊ะประชุมเมื่อวานนี้ กลับไม่มีการจับคนผิดเกิดขึ้น พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้มีการนำเอาผู้ที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนมารับผิดให้ได้
แม้การบุกจับที่ จ.อ่างทองเมื่อเช้าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่มูลค่าที่มีการจับกุมที่จังหวัดอ่างทองอยู่ที่ราว 10 ล้านบาทเท่านั้น แต่ปริมาณน้ำมันที่หายไปจากระบบทำกำไรได้สูงกว่านั้นแน่ หากไม่มีการเอาผิดอย่างจริงจัง วิกฤตก็จะลากยาวไปอีก และจะมีผู้หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนเช่นนี้ไปอีกเรื่อยๆ
นายวีระยุทธกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ ศบก. เปิดเผยข้อมูลน้ำมัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบาก วันนี้สถานการณ์ยังไม่ได้บรรเทาลง การเปิดข้อมูลจึงมีความสำคัญมากและไม่ใช่เรื่องยากเย็น ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนทำเว็บไซต์เองแล้วให้ประชาชนแต่ละพื้นที่ส่งข้อมูลเข้าไป ขณะเดียวกันสำนักงานพลังงานแต่ละจังหวัดก็มีผู้ดูแลข้อมูลในระดับจังหวัดอยู่แล้ว ที่ อบจ. ลำพูน ด้วยความร่วมมือกับสำนักพลังงานจังหวัด ยังสามารถเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้เห็นว่าแต่ละปั๊มมีปริมาณน้ำมันเหลือเท่าไหร่ จึงขอเรียกร้องไปยังผู้กำหนดนโยบาย ว่าถ้าต้องการลดความตื่นตระหนกของประชาชน ขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลแดชบอร์ดอย่างจริงจัง
...
นายวีระยุทธ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลในเวลานี้คือเสียงของเกษตรกรที่ยังไปไม่ถึง ศบก. และรัฐบาล ทั้งในเรื่องน้ำมันและปุ๋ย เวลานี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวแต่น้ำมันที่ชาวนาต้องใช้ ตั้งแต่เครื่องสูบน้ำจนถึงรถไถและรถเก็บเกี่ยวกำลังขาดแคลน ถ้าไม่มีส่วนนี้โอกาสที่ข้าวจะร่วงหล่นลงโดยไม่ได้เก็บเกี่ยวมีสูงมาก และจะส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร รวมถึงปริมาณข้าวที่ประเทศไทยจะผลิตและซื้อขายได้ในตลาดด้วย
ถ้ายังไม่มีมาตรการสนับสนุนน้ำมันช่วยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรในเวลานี้ ก็จะเกิดความลำบาก พรรคประชาชนจึงเสนอว่ารัฐบาลควรออกมาตรการคูปองน้ำมัน ประเทศไทยมีฐานข้อมูลที่ดีอยู่แล้ว รู้จำนวนเกษตรกรรายพื้นที่ รู้ว่าใครเพาะปลูกอะไรด้วยซ้ำ การใช้คูปองน้ำมันจะเป็นการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดมากที่สุด
นายวีระยุทธ ยังกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของปุ๋ยก็กำลังจะเป็นปัญหาตามมา ข้อมูลจากรัฐที่ได้มาในเวลานี้มีความไม่สอดคล้องกันอยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าจะมีสต๊อกของปุ๋ยเหลืออยู่ถึงเดือนพฤษภาคม แต่กรมการค้าภายในบอกว่าจะใช้ได้ถึงเดือนสิงหาคม พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ การใช้กระบวนการเดิมที่เรียกว่าธงฟ้าหรือธงเขียวไม่เพียงพอ ในปีงบประมาณที่ผ่านมามีการใช้โครงการปุ๋ยราคาพิเศษที่กรมการค้าภายในเข้ามาช่วยในโครงการธงเขียว ช่วยเหลือเกษตรกรได้ประมาณ 90,000 ถึง 100,000 กระสอบ รวมแล้วมีปริมาณปุ๋ยราคาพิเศษที่ช่วยเหลือเกษตรกรราว 5 ล้านกิโลกรัม แต่ความต้องการปุ๋ยที่ใช้ในประเทศไทยทั้งหมดมีถึง 5 ล้านตัน เท่ากับว่าโครงการธงเขียวที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ทั้งหมดคิดเป็น 0.1% หรือหนึ่งในพันเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนกระบวนการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรใหม่ให้ตรงจุดมากขึ้น โดยการทำคูปองปุ๋ย ซึ่งเป็นการช่วยเหลือที่ตรงจุดที่สุด ผ่านการยิงตรงให้คูปองปุ๋ยและคูปองน้ำมันไปถึงเกษตรกรในเวลาที่ตรงกับการเก็บเกี่ยว โดยสามารถควบคุมงบประมาณได้ด้วย
เตรียมลงโทษ “งูเห่า” ชี้ขับออกไม่เกิดประโยชน์ ยิ่งส่งเสริม “งูดูดงู”
ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี ที่โหวตสวนมติพรรค จะมีการดำเนินการอย่างไร จะมีการขับออกจากพรรคหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า การขับออกไม่ได้เป็นประโยชน์เสมอไป เพราะหากขับออก ก็อาจทำให้เจ้าตัวไปสังกัดพรรคอื่นได้ทันที ซึ่งจะยิ่งส่งเสริมปรากฏการณ์ “งูดูดงู” มากขึ้น ดังนั้น มาตรการที่ใช้ต้องเป็นการลงโทษที่ได้ผลจริง ไม่ใช่การเปิดโอกาสหรือให้ประโยชน์ โดยขอรอข้อสรุปจากที่ประชุม สส. อีกครั้ง ส่วนนายสุริยาได้ติดต่อเข้ามาชี้แจงแล้วหรือไม่ นายวีระยุทธ ระบุว่า มีผู้พยายามติดต่ออยู่ และจะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม สส. เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการต่อไป
ส่วนกระแสข่าวการปรับโครงสร้างพรรค โดยอาจมีการเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารนั้น นายวีระยุทธ กล่าวว่า การตัดสินใจต้องผ่านที่ประชุมใหญ่ของพรรค ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน เนื่องจากเป็นการประชุมประจำปี และมีวาระพิจารณาคณะกรรมการบริหารพรรคอยู่แล้ว จึงขอให้รอมติจากที่ประชุม ไม่สามารถให้ความเห็นล่วงหน้าได้
เมื่อถามย้ำว่า หากได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค พร้อมทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ นายวีระยุทธ เพียงยิ้มและกล่าวสั้น ๆ ว่า “เดี๋ยวรอเวลานั้นก่อนครับ”
