“อนุทิน” ยันไม่มีแน่นอนค่าตอบแทนจูงใจงูเห่าส้มแลกโหวตนายกฯ มองนโยบายอาจโดนใจ ถ้าเจอเข้าไปขอบคุณ ชี้ ยิ่งประชาชนเชื่อมั่นต้องฝ่าปัญหาลุยไฟให้ได้ หนุนข้อเสนอ “หมอวรงค์” ลดมื้ออาหาร-ผู้ช่วย สส.
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ที่บริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้า ถึงกระแสข่าวจากงูเห่าสีส้มโหวตนายกรัฐมนตรี มาจากงูดูดงู ด้วยเงิน 20 ล้านบาท และให้เงินเดือนอีกเดือนละ 4 แสนบาท ว่า เงินเดือนนายกฯ ยังแสนเดียวเอง ตนก็ไม่ทราบว่าเขามาจากไหน และไม่รู้จักเขา ทราบว่าเขาเป็นสมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) แต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง และน่าจะเป็น สส.สมัยแรก ตอนนี้ตนมีข้อมูลเพียงเท่านี้ ตนก็ไม่ทราบว่าเหตุผลที่เขาลงมติให้ตนด้วยเหตุอะไร แต่เรื่องแรงจูงใจหรือค่าตอบแทนรับรองว่าไม่มีแน่นอน
ส่วนคำถามว่าเสียงของพรรคภูมิใจไทยมั่นคงแล้ว การจะเพิ่มใหม่อีกหนึ่งเสียงก็ไม่ช่วยอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็นั่นสิ คำตอบก็อยู่ในคำถาม” แต่ถ้าตนเจอเขาก็ต้องเข้าไปขอบคุณที่เลือกตน เขาอาจจะมาเลือกเพราะนโยบายของเราไปโดนพื้นที่บ้านเขาหรือไปโดนใจ อาจจะมาเลือกตนได้ แต่ก็คงทำหน้าที่ตรวจสอบไป ซึ่งพรรคประชาชนทั้งพรรคก็เคยมาเลือกตน แต่เขาก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ
เมื่อถามว่าเข้ามาในสถานการณ์ลุยไฟ ก่อนหน้านี้เรื่องชายแดนกัมพูชา ตอนนี้เรื่องของอิหร่าน นายอนุทิน เผยว่า ตั้งแต่เข้ามาก็มีวิกฤตการณ์ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ซึ่งกลไกของรัฐก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง จะต้องมีความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน เราก็ได้ความร่วมมืออย่างดี ภาครัฐเราก็จัดเต็ม ส่วนการเลือกตั้งรอบนี้ตนทราบดี ทุกคะแนนมาจากความคาดหวัง ความเชื่อมั่น และความกดดัน การทำงานสไตล์ของเราผ่านร้อนหนาวมาเยอะ ยิ่งประชาชนให้ความเชื่อมั่น เราต้องฟันฝ่าไปให้ได้ ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง
...
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าบทบาทของนายกฯ ช่วยได้เยอะมาก เพราะได้ทำงานในภาพใหญ่ภาพกว้าง และอาศัยที่ตนเป็นคนเข้าถึงได้ จับต้องได้ ดุด่าว่ากล่าวได้ ยูเทิร์นเป็น ถ้าไปแล้วไม่ดีก็ไม่ดื้อ รับฟังความคิดเห็น พร้อมตัดสินใจถ้าจำเป็นต้องตัดสินใจ ก็เกิดความเชื่อมั่นความมั่นใจของประชาชนที่สะท้อนออกมาจากการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงข้อเสนอ 3 ข้อของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี คือ 1. ยกเลิกอาหารกลางวันของ สส. ในสภาฯ 2. ลดจำนวนผู้ติดตามจาก 8 คนเหลือ 3 คน และ 3. ยกเลิกบำนาญ สส. โดยนายกฯ กล่าวตอบว่า ถ้าถามตนก็เห็นด้วยหมด ของบางอย่างมันก็รุงรังเกินไปในยุคสมัยนี้ที่เรามีเทคโนโลยี มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ มากมาย สามารถที่จะลดได้ อย่างผู้ช่วยจาก 8 คน ให้เหลือ 3 คนนั้นตนเห็นด้วยอยู่แล้ว ส่วนเรื่องบำนาญ สส. ตนว่าแล้วแต่ ถ้าจะถามตนเดี๋ยวจะไม่แฟร์ เพราะตนเลี้ยงชีพตัวเองได้ ก็อาจจะมีบางคนที่เป็นผู้แทนราษฎรจริงๆ ไม่เคยเป็นรัฐมนตรี เป็นคนที่ชาวบ้านให้ความไว้วางใจ ไม่มีฐานะ สำหรับเรื่องอาหารนั้นถ้าเราลดได้บ้าง อยู่ในมื้อที่จำเป็น ช่วยกันลดงบประมาณ แต่จะไปหักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่ให้มีเลย ต้องดูว่าตรงไหนมันพอจะอะลุ่มอล่วยกันได้.