“พิพัฒน์” ตะโกนข้างหู นายกฯ เป็นไปไม่ได้ ส่งน้ำมันให้ปั๊มที่สงขลา 1 เม.ย. ขอตรวจสอบก่อน คนไม่หวังดีเยอะ ด้านนายกฯ บอกตอบไม่ได้ ใครทำให้น้ำมันขาดแคลนช่วง 7 วันก่อน เพราะมันไม่ขาดแคลน ยันไม่มีแอบส่งออกน้ำมันจากลาวไปกัมพูชา
เมื่อเวลา 18.13 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุม CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกันแถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)
เมื่อถามถึงกรณีปั๊มน้ำมันในจ.สงขลา ต้องปิดถึง 4 ปั๊ม จะมีการแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่กันอย่างไร โดยนายอนุทิน ได้ให้ผู้บริหาร OR เป็นคนตอบว่าไม่มี การที่ประชาชนใช้น้ำมันมากกว่าปกติ จะทำให้น้ำมันหมดไปจากปั๊มเร็ว แต่สามารถรอรอบขนส่งได้ ทุกวันจะมีน้ำมันใหม่มาเติม เมื่อถามว่ากรณีที่สงขลา ที่บอกว่าเซลล์จะส่งน้ำมันให้ 1 เมษายน จึงทำให้ไม่มีน้ำมันจึงต้องปิด 4 ปั๊ม นายกฯ กล่าวว่า อดีตเจ้าของปั๊มน้ำมัน (พิพัฒน์) ได้ตะโกนอยู่ข้างหูตนเองว่าเป็นไปไม่ได้ จากนั้นผู้บริหาร OR ชี้แจงว่าน่าจะเป็นการรอรอบ แต่ไม่คิดว่าน่าจะนาน น่าจะเป็นวันพรุ่งนี้
จากนั้นนายพิพัฒน์ ได้ถามผู้สื่อข่าวว่าปั๊มอะไร โดยผู้สื่อข่าวได้ตอบว่า บางจาก นายพิพัฒน์จึงกล่าวต่อว่า ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะขายส่งของบางจาก ยังจ่ายน้ำมันได้อยู่ จึงไม่ทราบว่าผู้ประกอบการรายนั้นเป็นผู้ประกอบการตัวจริงหรือไม่ ขอให้ได้ตรวจสอบก่อน เพราะวันนี้ผู้ไม่หวังดีก็มีเยอะ
...
ผู้บริหาร OR จึงกล่าวว่า ตอนนี้ที่ภาคใต้ได้นำเรือเข้าไปเสริม และมีเรือเข้าทุกวัน ช่วงขาดแคลนอาจจะเป็นช่วงระยะเวลาขนส่ง ที่ไม่ใช่เป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน
เมื่อถามว่าสถานการณ์น้ำมันจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อไหร่ เพราะประชาชนมีการกักตุนไปมากพอสมควรแล้ว นายกฯ กล่าวว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ไม่ปกติ จึงขอความร่วมมือประชาชน เพราะข้อมูลเหล่านี้มาจากตัวรัฐบาลเอง โดยกรมธุรกิจพลังงาน ที่คุมการนำเข้าส่งออก การประกอบธุรกิจค้าขายในประเทศ เป็นข้อมูลที่ได้มาจากผู้นำเข้าน้ำมันดิบ ทั้ง ปตท.และโรงกลั่นอื่นๆ เป้าหมายในการประชุมคือขอให้กลับไปในสภาวะที่เกิดขึ้นก่อน 1 มีนาคม ที่มีกำลังการผลิตเพียงพอ 67 ล้านลิตรต่อวัน คาดใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ การแก้ไขคืออัดน้ำมันสำรองเข้าไป หากพี่น้องประชาชนหยุดตุน ก็จะทำให้ทุกอย่างเกลี่ยออกไปและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ หากน้ำมันกลับไปได้แล้ว ประชาชนให้ความร่วมมือ ไม่ตุนเกินไป เช่น เป็นสิบๆ ถัง เท่าไหร่ก็ไม่พอ จึงขอความร่วมมือประชาชนในส่วนนี้ด้วย โดยรัฐบาลจะเพิ่มเข้าไปเพื่อให้เกิดความสมดุล
เมื่อถามถึงจ๊อบเบอร์ จะมีการอุดหนุนกองทุนน้ำมันหรือไม่ และรับจาก OR วันละกี่ลิตร นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กองทุนน้ำมันมีการอุดหนุนทุกลิตร หากมีการเสียภาษีสรรพสามิต โดย OR ขายน้ำมันให้จ๊อบเบอร์ 3-5 ล้านลิตร/วัน หากเป็นการใช้กรณีปกติอยู่ได้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้มีความต้องการมากกว่าปกติ
เมื่อถามว่าข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน ปิดปั๊ม 231 แห่ง นายพิพัฒน์ กล่าวว่าปั๊มน้ำมันต้องแยกเป็น 2 ประเภท คือปั๊มที่มีแบรนด์บริษัทแม่ดูแล กับปั๊มที่ไม่มีบริษัทแม่ดูแล หาก 231 แห่งที่ปิดไป ไม่มีบริษัทแม่ดูแลจะไม่มีใครช่วยได้ ยกเว้นเขาซื้อน้ำมันกับจ๊อบเบอร์ ก็จะสามารถเปิดต่อได้ ปกติปั๊มเหล่านี้จะซื้อน้ำมันจากจ๊อบเบอร์ในราคาที่ถูกกว่าปั๊มมีแบรนด์ เมื่อรับความเสี่ยงเอง เมื่อเกิดวิกฤตจึงต้องรับผลกระทบเอง
นายกฯ บอกตอบไม่ได้ ใครทำให้น้ำมันขาดแคลน เพราะมันไม่ขาดแคลน
เมื่อถามว่า ที่ประชุมมีการพูดคุยกันหรือไม่ ใครที่ทำให้น้ำมันไม่พอในรอบ 7 วันที่ผ่านมา นายกฯ กล่าวว่า น้ำมันมันไม่เคยไม่พอ เพราะยังมีไปขายประเทศที่ 3 จำนวนที่ใช้มาก่อนหน้านี้เป็นการใช้ปกติที่ 67 ล้านลิตร กำลังการผลิตที่ไทยมี 77 ล้านลิตร ในน้ำมันดีเซล ยืนยันกำลังการผลิตไม่ได้ลดลง และผลิตเท่าเดิม แต่ด้วยความกังวลของประชาชนที่กลัวว่าจะขึ้นราคา และขาดแคลน จึงไปตุนไว้ก่อน ยืนยันรัฐบาลจะไม่ทำให้ขาดแคลน
“ใครเป็นคนที่ทำให้น้ำมันขาดแคลน มันตอบไม่ได้ เพราะมันยังไม่ขาด แต่มันมีการตุนมากเกินไป รัฐบาลก็เข้าใจ ก็ปล่อย แต่ตอนนี้เราเริ่มรู้สึกแล้วว่า มีปริมาณสำรองเป็น 100 วันแล้ว และศักยภาพการนำเข้าน้ำมันดิบ ที่กลั่นแล้วไปขายยังไม่ลดลงไปเลย ถือเป็นสภาวะปกติ ด้านซัพพลายปกติแล้ว จึงขอให้ทางดีมานด์มันลดลงมา เพื่อให้มันแมทช์กัน จะได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ” นายกฯ กล่าว
ขณะที่นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอความร่วมมือผู้ค้า เอาสต๊อกที่กลั่นแล้วที่มันช็อตอยู่ โดยภายใน 1 สัปดาห์นี้รัฐบาลจะนำสต๊อกอัดเข้าไป เพื่อให้เข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งเบนซิน และดีเซล เพราะขณะนี้ยังถือว่าอยู่ในสภาวะ Overload อยู่ ยืนยันจะมีการอัดสต๊อกเพื่อเข้าไปสู่ปั๊มต่างๆให้ได้ จะเป็นการแก้ปัญหาให้ปั๊มที่ปิดและไม่พอใช้ให้สู่สภาวะปกติได้ภายใน 1 สัปดาห์
ด้านนายอรรถพล กล่าวย้ำ เรื่องความมั่นใจในการหาน้ำมันดิบมากลั่น โดยในวันที่ 1-18 มี.ค. ได้นำเข้ามาจากหลายแหล่ง ทั้งอเมริกา บราซิล มาเลเซีย ออสเตรเลีย เวียดนาม บรูไน ลิเบีย รวมๆ กันประมาณ 3.3 พันล้านลิตร ขอให้มั่นใจมันไม่ขาดแน่ๆ แต่ด้วยความต้องการใช้ไม่ปกติจาก 67 ล้านลิตร เป็น 84 ล้านลิตร สิ่งที่ทำคืออัดน้ำมันสำรอง เพื่อจะเก็บตัวน้ำมันที่ห้ามส่งออก แต่จริงๆ ไทยมีกำลังการผลิตมากกว่าการใช้ เราจะพิจารณาตัวสำรองอัดเข้ามา บวกกับการผ่อนคลายเรื่องขนส่งเพื่อให้ขนส่งได้มากขึ้น หากใช้ในสภาวะปกติ ก็จะกลับมาสู่สภาวะปกติได้
นายกฯ ยันไม่มีแอบส่งออกน้ำมันจากลาวไปกัมพูชา
นายกฯ ยังกล่าวถึงเรื่องการแอบส่งออกน้ำมันไปประเทศที่ 3 จากลาว ไปกัมพูชา ว่า ขอยืนยันไม่มี เพราะตนเองเพิ่งไปลาวมา และได้สอบถามผู้บริหารระดับสูง ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี จึงขอให้สื่อนำเสนอข่าวสารให้เกิดความชัดเจน เพราะขณะนี้ ไทยส่งออกน้ำมันไป 2 ประเทศ คือลาวและเมียนมา เท่านั้น ด้วยเหตุผลทางยุทธศาสตร์ ที่ผลิตไฟฟ้า และแก๊สป้อนมาในประเทศไทย จึงต้องส่งเชื้อเพลิงเข้าไปเพื่อผลิตส่งมาในประเทศไทย
เมื่อถามถึงเรื่องกองทุนน้ำมัน จะใช้ได้ถึงรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ นายอรรถพล ยืนยันว่ายังอุดหนุนได้ ตัวกองทุนมีเงินสดในมือ 2 หมื่นกว่าล้าน แต่รอบการจ่ายชดเชย ไม่ได้จ่ายทุกวัน แต่ตัดเป็นเดือนๆ ที่กลางเดือนเมษายน เพราะฉะนั้นยอดเดือนมีนาคมจึงมีไม่เท่าไหร่ มีเพียงร้อยล้าน ซึ่งรอบการจ่ายจะเลยกลางเดือนหน้าไปแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นก็ไม่มีปัญหา
