“สมชาย-เยาวภา” เยี่ยมทักษิณ ที่เรือนจำฯ เผย “ทักษิณ” คุยเรื่องการเมืองบ้าง แต่ไม่ได้โฟกัสเรื่องใดเป็นพิเศษ ชม “ยศชนัน” เรียนรู้เร็ว พร้อมทำงานการเมืองในอนาคต
เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มี.ค. 69 นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พร้อมนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัว ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะตัวแทนครอบครัว ขณะที่บริเวณหน้าเรือนจำยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเดินทางมารอต้อนรับและให้กำลังใจสมาชิกครอบครัวชินวัตรอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลาครบ 6 เดือนกับอีก 10 วัน
หลังใช้เวลาในการเข้าเยี่ยมประมาณ 35 นาที นายสมชาย ออกมาเปิดเผยว่า เป็นการเดินทางมาเยี่ยมตามปกติเนื่องจากไม่ได้พบกันประมาณหนึ่งเดือนกว่าด้วยความความคิดถึง จึงได้มีการสอบถามสารทุกข์สุขดิบและเรื่องราวภายในครอบครัวตามประสาญาติพี่น้อง โดยไม่มีประเด็นหนักใด ๆ ที่ต้องหารือกันเป็นพิเศษ
ส่วนประเด็นทางการเมือง มีการพูดคุยกันบ้าง เนื่องจากนายทักษิณยังคงติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เป็นประจำ แต่ไม่ได้โฟกัสในประเด็นใดเป็นพิเศษ เพราะตระหนักดีว่าอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปวุ่นวายหรือพูดคุยกับบุคคลภายนอกได้ ซึ่งผู้ที่เข้าเยี่ยมส่วนใหญ่มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น ไม่มีบุคคลจากฝ่ายการเมืองเข้ามาเยี่ยมแต่อย่างใด ในวันนี้สภาพจิตใจของนายทักษิณมีความสดชื่นแจ่มใสและทำใจได้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ซึ่งตนได้กล่าวให้กำลังใจในลักษณะของการนับถอยหลังสู่การได้รับอิสรภาพ โดยบอกกับนายทักษิณว่าเราจะไม่นับเศษของเวลาแต่นับเวลาเต็ม ซึ่งคาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนหรือภายในเดือน พ.ค. นายทักษิณจะได้รับอิสรภาพอย่างเต็มตัว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและสมาชิกในครอบครัวทุกคนต่างรอคอยด้วยความหวังที่จะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง
...
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ “อาจารย์เชน” บ้างหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า นายทักษิณได้เอ่ยชมว่าอาจารย์เชนดูมีบุคลิกท่าทางที่ดีขึ้น หลังจากเข้ามาทำงานการเมือง แม้จะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ แต่ก็มีการเรียนรู้ที่รวดเร็วและให้ความใส่ใจในการสืบค้นข้อมูล เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานการเมืองในอนาคต และนายทักษิณก็ได้ฝากให้กำลังใจและชื่นชมในความสามารถ
ส่วนเรื่องการบริหารจัดการภายในพรรค เป็นหน้าที่ของทางพรรคเพื่อไทยที่จะวางนโยบายและดำเนินการประชุมกันต่อไป โดยตนอยู่ในฐานะผู้ติดตามและคอยให้กำลังใจลูกชายเท่านั้น
เรื่องของบ้านเมืองในปัจจุบันต้องฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องมีคนสมัยใหม่ที่ใฝ่เรียนรู้เข้ามาพัฒนาประเทศให้ทันต่อสถานการณ์ หากยังใช้ระบบเดิมโดยไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเสริมก็อาจจะก้าวไม่ทันโลก ซึ่งการสนทนากับนายทักษิณในวันนี้ส่วนใหญ่จึงเป็นการพูดคุยตามประสาผู้สูงอายุ เนื่องจากนายทักษิณไม่ได้อยู่ในจุดที่จะสามารถลงมาขับเคลื่อนอะไรได้ เป็นหน้าที่โดยตรงของพรรคเพื่อไทยและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณสื่อมวลชนและประชาชนที่ยังคงให้ความสนใจติดตามข่าวสาร ในวันที่ 11 พ.ค.อาจจะได้พบกันที่นี่อีกครั้ง