ที่ประชุมสภา เริ่มพิจารณาเรื่องด่วน โหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ “อนุทิน” ด้านพรรคประชาชน เสนอชื่อ “ณัฐพงษ์” ต้องลงคะแนนแบบขานชื่อ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่ อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้เสนอชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
“เท้ง” โอดไม่รู้อภิปรายวันนี้วันสุดท้ายหรือไม่ ขอสมาชิก ปชน. เชื่อมั่นในการทำหน้าที่
จากนั้นเวลาประมาณ 11.45 น. นายณัฐพงษ์ กล่าวอภิปรายว่า สิ่งที่พรรคประชาชนเสนอชื่อตนเอง ไม่ได้จะมาจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะการจัดตั้งรัฐบาล เกิดขึ้นมาตั้งแต่คืนวันที่ 8 ก.พ. 2569 แล้ว ซึ่งพรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลแข่ง และอยากให้สมาชิกยึดถือหลักการนี้ ไม่ว่าจะเลือกตั้งอีกกี่ครั้ง พรรคอันดับ 1 ควรจะได้รับสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อน
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงความชอบธรรมของรัฐบาล ที่มีการโยกย้ายข้าราชการก่อนการเลือกตั้ง แม้พรรคภูมิใจไทยจะบอกว่าการจัดเลือกตั้งเป็นของ กกต. แต่จะสามารถกอบกู้ความชอบธรรมได้ คือจัดการคนในของพรรคภูมิใจไทยเอง เช่น สุพรรณบุรีเขต 2 ที่ กปน. ไม่ได้โชว์บัตรให้ประชาชนเห็น ทำให้คะแนนนับใหม่ต่างจากเดิมกว่าร้อยคะแนน ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยอื่นๆ จะเกิดแบบกรณีนี้หรือไม่ ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่มีการดำเนินการโดยพลการ
...
ขณะที่ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ชายแดนไทยกัมพูชา ส่งผลกระทบต่อปากท้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ต้นตอจริงๆ คือเรื่องคอร์รัปชั่น ในภาคใหญ่ ที่ลุกลามบานปลายไปถึงเรื่องเกษตร เกิดล้งต่างชาติ ยิ่งปลูกยิ่งจน ยิ่งปลูกยิ่งเป็นหนี้ ประเทศไทยกลายเป็นว่าใครยิ่งมีเงินมากกว่ายิ่งมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากกว่า
สิ่งที่ตนเองอยากทิ้งท้าย คือสิ่งที่พวกตนเชื่อ คือการทำงานเมืองเพื่อประชาชน ต้องมีเจตจำนงทางการเมือง กล้าจะชน ตรวจสอบคนของตนเอง ไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจการเมือง ปัญหาที่ผ่านมามันสะสมและจะทำลายประชาชนไปเรื่อยๆ สิ่งที่น้อมรับวันนี้ คือ น้อมรับผลเลือกตั้ง และอยากให้นายกฯ คนต่อไปทำงานเพื่อประชาชนให้มากที่สุด และเชื่อว่าวิธีการทำงานเมืองของพวกเรา ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังในประเทศเรา ไม่ว่านักการเมืองจะเลือกวิธีทางใด ขอให้ช่วยกันสอดส่องตรวจสอบ วันนี้ ปชน. จะขอเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป ขอให้สมาชิก ปชน. เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำหน้าที่ และไม่รู้วันนี้ตนเองจะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ แต่จะเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้ต่อไป
“อนุทิน” หยอดหวานทุกคนในสภาฯ คือมิตร ยันจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานกับทุกคน
ต่อมาเวลา 12.03 น. นายอนุทิน ได้กล่าวอภิปราย ขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกคน ที่เสนอชื่อให้ตนเองให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สำหรับตนเองไม่ว่า สส. จากพรรคไหน จะลงคะแนนเสียงสนับสนุนหรือไม่ แต่ในหัวใจของผม สมาชิกสภาผู้แทนทุกท่าน เสียงของทุกท่านมีความดังเท่ากัน และพร้อมจะฟังคำแนะนำไปปฏิบัติ หากมีโอกาสได้ทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอให้คำยืนยันต่อ สมาชิกรัฐสภาทุกท่าน ตนเองจะเป็นนายกฯ ที่ทำงานร่วมกันกับ สส. ทุกคน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน จะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานในคราวเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. โดยทุกคนคงทราบดี ตั้งแต่เราพบกันในสภา ผมถือว่าทุกคนเป็นมิตรที่ดี และถือประโยชน์ของประเทศประชาชนร่วมกัน ดังนั้นหากผมได้รับความไว้วางใจ เป็นนายกฯ ผมและเพื่อนจะสนับสนุนงานนิติบัญญัติอย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอน้อมรับการตัดสินของทุกท่าน ขอบคุณทุกเสียงที่เคยมอบให้ผมได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยครั้งแรก แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาให้ประชาชน รัฐบาลของผมจะทำหน้าที่บริหารประเทศให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อไป
จากนั้น นายโสภณ ได้ชี้แจงขั้นตอน เชิญสมาชิก 6 คน มาตรวจนับคะแนน จากนั้น จะเรียงลำดับรายชื่อ เพื่อให้ สส. ยืนขึ้น เพื่อกล่าวชื่อบุคคลที่ตนให้ความเห็นชอบ หากสมาชิกจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ทำขณะที่มีการออกเสียงเท่านั้น จากนั้นได้เรียกตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อโหวตขานชื่อต่อไป
