“เอกนิติ” สั่งกระทรวงการคลังเตรียมพร้อม ลดภาษีน้ำมัน หากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนน้ำมัน ลั่นหากรัฐบาลชุดใหม่ทำงานสามารถขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที


วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงจนฉุดให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 โดยมีแนวคิดที่จะปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อพยุงสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศ แต่ปัจจุบันยังเป็นรัฐบาลรักษาการ จึงมีข้อจำกัดด้านข้อกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 จึงไม่สามารถออกกฎหมายหรือมาตรการที่ต้องใช้งบประมาณในระยะยาวได้ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเชิงนโยบายไว้ล่วงหน้า เพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้ทันที

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศเป็นหลัก แต่หากสถานการณ์รุนแรงจนเงินของกองทุนฯ ถึงขีดจำกัด ก็ต้องเตรียมแผนพิจารณาการใช้มาตรการทางภาษี เช่น การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ต่อไป  โดยในงานสัมมนาประชาชาติธุรกิจ “The Long Game เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย” นายเอกนิติ กล่าวถึง 3 เสาหลักสำคัญในการแก้เกมทางการค้าในสถานการณ์ปัจจุบัน ได้แก่

1.ภูมิเศรษฐศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งความมั่นคงและเศรษฐกิจต้องเป็นเรื่องเดียวกัน โดยไทยต้องวางรากฐานให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ปลอดภัย

...

2.ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คือตัวแปรสำคัญที่เข้าสู่ในทุกอุตสาหกรรม ธุรกิจที่รอดต้องเร่งนำ AI มาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

3.การปรับตัวสู่ Green Economy วิกฤตพลังงานฟอสซิลเป็นตัวเร่งให้โลกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเร็วขึ้น โดย ธุรกิจที่ปรับตัวสู่สีเขียวได้เร็วกว่าย่อมได้เปรียบในเชิงต้นทุนและความยั่งยืน

นายเอกนิติ ยังกล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาต้องทำอย่างมีวินัย เนื่องจากประเทศไทยยังมีภาระหนี้สาธารณะที่ต้องดูแล การเติบโตหลังจากนี้ต้องกระจายตัวอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงจุดเดียว เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งจากฐานรากอย่างแท้จริง โดยต้องทำด้วยกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน ประเทศไทยถึงจะรอดวิกฤตนี้ไปได้