“พิพัฒน์” ขอบคุณสมาคมประมง พูดคุยเจรจา ดีกว่าเอาเรือไปปิดอ่าว บอกไม่อยากตำหนิหน่วยงานอื่น ขนรถปิดถนน ย้ำ “นายกฯ” ให้ความสำคัญความเดือดร้อนประชาชน

วันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำโดยนายไตรฤกษ์ มือสันทัด นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำผู้ประกอบการ เข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการประมง โดยมีกรมเจ้าท่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย


...

ก่อนการหารือนายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ขอบคุณเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานที่เข้ามานั่งประชุมและหารือกับสมาคมประมงในวันนี้ ซึ่งวันนี้ที่พวกเราได้มานั่งคุยกัน ตนคิดว่าวิธีนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ไม่ใช่อยู่ๆ นำเรือไปปิดปากอ่าวหมด แบบนี้ตนคิดว่ามันไม่ควร มีอะไรตนคิดว่ารัฐบาล โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะรับฟังปัญหาทุกเรื่อง โดยเฉพาะขณะนี้ปัญหาสงครามในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยที่รับความเดือดร้อน แต่หลายประเทศได้รับความเดือดร้อนเหมือนกับประเทศไทย พร้อมขอบคุณสมาคมประมงที่ได้ส่งจดหมาย เพื่อหารือกัน ซึ่งตนก็ไม่อยากไปตำหนิหน่วยงานอื่น ที่ไปปิดถนน เพื่อเรียกร้อง”


สำหรับข้อเรียกร้องสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ขอให้รัฐบาลใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมันเขียวไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ในราคาเดียวกับหน้าปั๊ม พร้อมขอให้นำเงินกองทุนน้ำมันพยุงราคาผ่านจ๊อบเบอร์ ที่ขายน้ำมันให้กับเรือประมงที่เติมน้ำมันบนฝั่ง และขอให้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศสำหรับชาวประมง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ซึ่งที่ผ่านมามีมติ ครม. ไปแล้ว เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2549 แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้เพราะยังไม่มีกฎ ระเบียบรองรับ นอกจากนี้ยังขอลดค่ากลั่นน้ำมันเขียวของโรงกลั่นลงลิตรละ 5 บาท และขอให้ช่วยเหลือประมงพื้นบ้านให้สามารถเติมน้ำมันได้ในราคาที่ถูกลง เพราะประมงพื้นบ้านใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล