สภาพัฒน์ ประเมิน 3 ฉากทัศน์ หากสงครามตะวันออกกลางลากยาว 3 เดือน ดึงเงินเฟ้อพุ่ง เผยตั้งแต่เหตุปะทะเริ่มคนไทยบริโภคน้ำมันเพิ่มทะลุ 118 ล้านลิตรต่อวัน ขออย่าตื่นตระหนกรีบกักตุน ใช้ชีวิตปกติ


ช่วงเย็นของวันที่ 17 มีนาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงการประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือ สภาพัฒน์) จัดทำ 3 สมมติฐานหลัก เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ในเรื่องความกังวลด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพตลาดการเงิน 

สมมติฐานที่ 1 หากเหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน (ประมาณกลางเดือนมีนาคม-สิ้นเดือนเมษายนนี้) จะเกิดผลกระทบจำกัด เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง จากแรงกดดันราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ตลาดเงินตลาดทุนผันผวน และค่าเงินบาทอ่อนค่าในบางช่วง ซึ่งบางวันอ่อนค่านำภูมิภาค ทั้งนี้ คาดว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีจะไม่เกิน 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนมีเหตุการณ์ คือ 58-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เงินเฟ้อไทยอาจเพิ่มขึ้นราว 1% 

สมมติฐานที่ 2 คือ เหตุการณ์ยืดเยื้อ 3 เดือน เสี่ยง Stagflation หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นแต่ยังไม่ขยายวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มมากขึ้น เรืออาจจะผ่านไม่ได้ และยืดยาวเป็นเวลา 3 เดือน จะทำให้หลายประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และบางประเทศเผชิญภาวะ Stagflation ราคาน้ำมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อไทยอาจพุ่งขึ้นถึง 1.9%

...

และสมมติฐานที่ 3 การเกิดสงครามขนาดใหญ่ แต่ยังประเมินว่าโอกาสที่เกิดขึ้นน้อย ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อมีโอกาสทะลุกรอบเป้าหมาย 3%

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันจะมีผลต่อ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คือ 1. ภาคเกษตร 2. ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และ 3.ภาคขนส่ง  

เลขาฯ สภาพัฒน์ กล่าวอีกว่า ปกติการใช้น้ำมันเบนซินในประเทศอยู่วันละ 34 ล้านลิตร ตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน วันที่ 1 มีนาคม 2569 การบริโภคน้ำมันเบนซินในประเทศยังอยู่ที่ 28.97 ล้านลิตร พอมีข่าวโจมตีโรงกลั่น ตัวเลขการบริโภคน้ำมันในกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้นเป็น 50.77 ล้านลิตร และในดีเซลหมุนเร็วเป็น 61 ล้านลิตร วันที่ 2 มีนาคม 2569 มีปริมาณการบริโภค 98 ล้านลิตร และวันที่ 4 มีนาคม 2569 ปริมาณการบริโภคขยับขึ้นมา น้ำมันดีเซลใช้ 118 ล้านลิตร ความต้องการเพิ่มสูงขึ้นเพราะประชาชนหวั่นเกรงว่าน้ำมันอาจจะขาดแคลน 

“ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงพลังงานออกตัวเลขทุกวันว่าสามารถใช้ได้กี่วัน ถึงจะไม่มีน้ำมันเข้ามาเพิ่มเติม ปริมาณน้ำมันที่ใช้ในไทยยังเพียงพอ” 

ทางด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้น้ำมันในสถานีต่างๆ ไม่พอ ยืนยันว่าการขนส่งน้ำมันไม่ใช่จะเอารถอะไรก็ได้มาขน ต้องเป็นรถเฉพาะ ซึ่งวันจันทร์ที่ผ่านมาการขนส่งน้ำมันสามารถส่งได้ตลอดวัน ทำให้เติมน้ำมันจากคลังมาสถานีบริการได้มากขึ้น ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำมันในไทยเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกรีบไปเติม และขอย้ำว่าการปรับราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานไม่เคยปรับแบบก้าวกระโดด อาจทิ้งช่วงเวลาแล้วแต่สถานการณ์ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรีบไปกักตุน ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตปกติ.