“เจี๊ยบ อมรัตน์” ร่ายยาวดราม่า ชีวิต สส. ไม่ได้สวยหรู สวน “หมอวรงค์” ตัดงบอาหาร-สวัสดิการ เอาสะใจ เปิดตัวเลขเงินเดือนสุทธิ 9 หมื่น โอด เจอ “พวงหรีด-งานบุญ-ภาษีสังคม” รุมจนเงินเกลี้ยงบัญชี
วันที่ 16 มี.ค. 2569 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็น กรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เสนอตัดลดงบประมาณค่าอาหารและสวัสดิการ สส. ว่า การเสนอตัดงบอาหาร สวัสดิการบำนาญ สส. ลดผู้ช่วย สส. จนเหี้ยน ฟังดูดี เหมือนเป็นการปราบ กดนักการเมืองที่เป็นอาชีพที่สังคมมีอคติอยู่แล้ว ได้ความสะใจกองเชียร์ แต่ความจริงถ้าอยากได้นักการเมืองน้ำดีมาไล่น้ำเน่าที่นั่งอยู่เต็มสภา นี่คือข้อเสนอที่เต็มไปด้วยอคติ และไม่เข้าใจความเป็นจริงของอาชีพนักการเมืองเลย
ปรับลดในบางส่วนได้ เช่น ลดค่าอาหารให้สมเหตุสมผล แต่ยังควรมีให้ไม่ใช่ตัดทิ้งทั้งหมด เพราะถ้าให้ไปต่อคิวหาซื้ออาหารทานเองก็เสียเวลาในการประชุมเพราะการประชุมสภาไม่มีการพักกลางวัน หลายครั้งประชุมถึงดึกดื่นเที่ยงคืน หรือข้ามคืน จะไปหาซื้อรับประทานจากไหน เรื่องนี้ไปหาความลงตัวกันในกมธ.กิจการสภา แต่ไม่ใช่ตัดแบบเอาซีน เอามัน สะใจ เงินเดือน สส. 1 แสนเศษ หักภาษี หักเงินเข้ากองทุนอะไรต่าง ๆ เหลือเข้าบัญชีสุทธิ 9 หมื่นกว่าบาท เฉลี่ยวันละ 3 พันนิด ๆ ไม่ถือว่ามาก จะลองชำแหละให้ฟังคร่าว ๆ
นางอมรัตน์ ชี้แจงว่า ประสบการณ์ส่วนตัว ค่าพวงหรีดดอกไม้สดพวงละพันกว่าบาท (1,200-1,500) วันไหนวางหรีดงานศพเกิน 2 งานก็หมดแล้ว ไม่นับงานบวช งานแต่ง งานบุญ กฐินผ้าป่า แม้จะเลือกไปเฉพาะงานที่จำเป็นก็เยอะแล้ว เงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเหตุการณ์เฉพาะหน้า เช่น งานสงเคราะห์ค่ารถค่าราผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยต่าง ๆ สปอนเซอร์งานวันเด็ก ทีมกีฬา ตามที่ขอมา ค่าใช้จ่ายร่วมกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ ที่มากกว่าอาชีพอื่นโดยเฉลี่ยแน่นอน สส. พรรคส้ม ยังมีการแบ่งเงินไปบริจาคเงินช่วยเหลือพรรคด้วย อาชีพนักการเมืองไม่ใช่อาชีพมั่นคง แม้แต่ธนาคารยังไม่กล้าปล่อยกู้ซื้อบ้านซื้อรถ ไม่มีโบนัส แต่ภาษีสังคมสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ โดยเฉลี่ย มีวาระแค่ 4 ปี (ตามสถิติเกือบครึ่งสภาไม่ได้ไปต่อในการเลือกตั้งครั้งถัดไป) เมื่อหมดวาระ การกลับไปเริ่มต้นชีวิตเดิมที่เคยละทิ้งมาก็ไม่ง่าย กลับไปต่อไม่ติด
...
ถ้าจะตัดทุกอย่างแบบดูเท่ ตัดให้สะใจกองเชียร์ คนธรรมดาก็อยู่ไม่ได้ ไปเพ่งเล็งคนขาดลามาสาย โดดประชุมสภาดีกว่า คนหนุ่มสาวที่มีไฟ มีอุดมการณ์ แต่ไม่มีทุนรอน จะไม่กล้าเสี่ยงทิ้งอาชีพมั่นคงมาทำการเมือง. สุดท้ายสภาจะเหลือใคร ที่เหลือจะไม่ใช่คนธรรมดาที่อยากเปลี่ยนประเทศ แต่จะเหลือแต่คนที่มีเงิน มีอำนาจ หรือเข้ามาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง ถ้าอยากไล่นักการเมืองน้ำเน่าออกจากสภา อย่าทำให้ “สส.น้ำดี” เข้ามาไม่ได้