เปิดประวัติขุนพลคู่ใจสู่ภารกิจกู้ศรัทธาแรงงานไทย เปิดเส้นทาง "ประเสริฐ จันทรรวงทอง" ผู้มากบารมีเพื่อไทยกับก้าวย่างสำคัญบนเก้าอี้ รมว.แรงงาน
วันที่ 16 มีนาคม 2569 หากจะเฟ้นหานักการเมืองที่ “เก๋าเกม” และ “ใจถึงพึ่งได้” ชื่อของ "ประเสริฐ จันทรรวงทอง" ย่อมทะยานขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ในฐานะ สส.นครราชสีมา 6 สมัย ผู้กุมฐานเสียงอีสานอย่างเหนียวแน่น จากจุดเริ่มต้นในสภาจังหวัด (สจ.) สู่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐพิสูจน์ให้เห็นถึงบารมีทางการเมืองที่ส่งผ่านรุ่นสู่รุ่น โดยมีบุตรชาย "พชร จันทรรวงทอง" ร่วมขับเคลื่อนงานพรรคในฐานะคนรุ่นใหม่
เส้นทางของนายประเสริฐไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ผ่านประสบการณ์โชกโชน ตั้งแต่ รมช.คมนาคม (ยุคยิ่งลักษณ์) จนถึง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และรองนายกรัฐมนตรี (ยุคเศรษฐา-แพทองธาร) ด้วยพื้นฐานเศรษฐศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาบัณฑิตจากนิด้า ทำให้เขากลายเป็น “ฟันเฟืองสำคัญ” ที่พรรคไว้วางใจให้คุมกระทรวงเกรด A เสมอมา
...
นายประเสริฐ มีชื่อเล่นว่า "ไก่" เขาเกิด 1 เมษายน 2503 ที่ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จบการศึกษาระดับประถมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนมงคลกุลวิทยา ระดับประถมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนไทยวัฒนาประชารัฐ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จบปริญญาโท มหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
เส้นทางการเมืองของ "ประเสริฐ" เคยดำรงตำแหน่ง สส.จังหวัดนครราชสีมา 2 สมัย โดยเป็น สส.พรรคไทยรักไทย ในปี 2544 และ 2548 ก่อนที่พรรคจะถูกยุบ และย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชนและลงสมัครจนได้รับเลือกตั้งอีกครั้งก่อนที่พรรคพลังประชาชนจะถูกตัดสินยุบพรรค ทำให้ต้องย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทยในเวลาต่อมา
ในปี 2554 นายประเสริฐ ได้รับการแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ครม.ยิ่งลักษณ์ 3) จนกระทั่งพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีในเดือนมิถุนายน 2556 ต่อมาในปี 2563 ได้รับแต่งตั้งเป็น เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประสานงานในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งปี 2566 และในปี 2566 เขาได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และในปี 2567 ในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง
การข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาล "อนุทิน"ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่คือการวางตัวเพื่อแก้ “โจทย์ยาก” ของประเทศใน 3 มิติ โดยมีภารกิจเร่งด่วนคือการฟื้นศรัทธากองทุนประกันสังคมที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส นายประเสริฐถูกวางตัวมาเพื่อ “ล้างท่อ” ระบบการลงทุนและสวัสดิการให้เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมต่อผู้ประกันตน และจากการที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ เขาคือผู้ที่จะนำเทคโนโลยีมาติดปีกให้แรงงานไทยในการ Upskill/Reskill จากฐานการผลิตแบบเดิมสู่สายงานเทคโนโลยีและ AI จะเป็นไม้เด็ดที่เปลี่ยนกระทรวงแรงงานให้กลายเป็นกระทรวงแห่งอนาคต
และหมัดเด็ดในตำแหน่งนี้ คือ“ค่าแรงขั้นต่ำ”ที่คนระดับแม่บ้านพรรคเพื่อไทย ต้องใช้โอกาสทองในการผลักดันนโยบายค่าแรงและสวัสดิการที่เป็นสัญญาประชาคมให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างคะแนนนิยมจากฐานรากก่อนถึงศึกเลือกตั้งใหญ่ในครั้งหน้า ดังนั้นการส่งประเสริฐมานั่งในบทบาทเจ้ากระทรวงแรงงาน จึงเสมือนการส่งเข้าไปจัดการปัญหารากฝอยของคนทำงาน แต่ก็ต้องจับตาดูว่า “ความเก๋า” ทางการเมืองบวกกับ “วิสัยทัศน์ดิจิทัล” จะช่วยให้แรงงานไทย “มีกิน-มีใช้-มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ได้จริงหรือไม่