“รัฐบาล” เชิญ “บริษัทผู้ค้าน้ำมัน” หารือ สต๊อกน้ำมันสำรอง หลังหลายปั๊มน้ำมันไม่พอจำหน่าย สาเหตุเกิดจากประชาชนแห่ตุนน้ำมัน สั่งการ เร่งสื่อสารขอประชาชนอย่ากังวล มีเพียงพอ 90 วันแน่นอน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นัดพิเศษ ว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้รายงานข้อสั่งการที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีสถานการณ์ที่มีความรุนแรง โดยหัวใจสำคัญที่มาพิจารณาในวันนี้คือเรื่องของราคาน้ำมันในประเทศ ซึ่งวันนี้ทางกระทรวงพลังงานโดยนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ได้ยืนยันว่าน้ำมันดิบซึ่งรัฐบาลยังสามารถบริหารจัดการได้เพียงพอกับการใช้ในประเทศ 90 วัน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้เชิญผู้บริหารจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่เกี่ยวกับการดูแลเรื่องสถานีบริการน้ำมัน ที่ขายน้ำมันให้กับประชาชนในประเทศไทยทั้งหมดมาเข้าร่วมการประชุมด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์ โดยทุกฝ่ายยังคงยืนยันว่ามันยังคงมีเพียงพอ และที่สถานีบริการน้ำมันมีเพียงพอให้ประชาชนได้ใช้ขออย่ากังวล
นอกจากนี้จะขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอแน่นอน สิ่งต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น จึงได้มาแลกเปลี่ยนปัญหาว่าทำไมน้ำมันในบางสถานีจึงมีไม่เพียงพอ จึงมอบหมายกระทรวงพลังงานได้ไปดูแลเรื่องการขนส่ง และการบริหารจัดการน้ำมัน ซึ่งจากสถานการณ์ ภูมิภาคตะวันออกกลางอาจทำให้ประชาชนตื่นกระหนก ทางกระทรวงพลังงานจะรับไปบริหารจัดการให้เพียงพอให้ประชาชนได้เกิดความมั่นใจว่าไม่ได้ขาด
...
ด้านอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันสำรองที่มีอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน ในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค.2569 ที่ผ่านมา กรมธุรกิจพลังงานร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ได้ออกตรวจสต๊อกน้ำมันรวมทั้งสิ้น 53 คลัง 589 ถัง มีน้ำมันสำรองเพื่อการค้าอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านลิตรและมีน้ำมันสำรองตามกฎหมายอยู่ประมาณ 3,400 ล้านลิตร 2 สิ่งนี้คิดรวมกันเป็น 39 วัน และน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งที่กำลังเข้าสู่ประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 27 วันและมีน้ำมันที่ได้รับสัญญาณในการจัดหาเรียบร้อยแล้วอีก 30 วัน รวมทั้งสิ้นมีน้ำมันสำรองที่จะใช้ภายในประเทศอยู่ที่ 96 วัน หรืออย่างต่ำ 90 วัน
ขณะเดียวกัน จากการที่ประชาชนได้ออกไปใช้บริการสถานีน้ำมันต่าง ๆ และมียอดจำหน่ายน้ำมันที่โตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงปรากฏปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมัน โดยนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้กระทรวงพลังงานไปหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงประเด็นในการจัดส่งน้ำมันให้เร็วยิ่งขึ้น ให้เพียงพอ และไม่ขาดแคลน
ด้านผู้บริหารบริษัทค้าน้ำมันต่าง ๆ ได้ยืนยันว่า มีน้ำมันสำรองเพียงพอ และบริษัทมีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกในประเทศต่าง ๆ ได้มีการเตรียมพร้อมในภาวะวิกฤตสามารถโหลดน้ำมันจากท่าเรือที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือหาแหล่งน้ำมันดิบจากสหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก ละตินอเมริกาซึ่งยืนยันว่าสามารถหาได้พอเพียงและให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า มีน้ำมันดิบอยู่ในปริมาณ 60 % สามารถใช้ได้อย่างพอเพียง นำมาแปรรูปและเป็นสต๊อกให้ประเทศได้ใช้ต่อไป
ขณะที่ รองประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ประชุมกับประธานหอการค้าภาคใต้ 14 จังหวัด มีความกังวลเรื่องของการขาดน้ำมันจึงได้ชี้แจงว่าหอการค้าไทยมีส่วนร่วมในการประชุมเรื่องน้ำมันทุกครั้ง จึงได้สรุปให้ทราบว่าน้ำมันไม่มีขาด มีแต่ตอนนี้ต่างจังหวัดในบางสถานีไม่มีน้ำมัน จึงเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความต้องการซื้อที่ไม่สะท้อนความจริง
นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทางผู้ค้าผลิตน้ำมัน ได้หารือร่วมกันกับทางกรมธุรกิจพลังงาน และภาคเอกชนหอการค้าที่ดูแลอยู่ทั่วประเทศ โดยคอยยืนยันว่าน้ำมันไม่ขาดแคลนไม่ต้องเป็นกังวล เพราะตั้งแต่น้ำมันดิบซึ่งเป็นต้นทาง กระทรวงพลังงาน ได้นำน้ำมันดิบมากลั่นเพื่อผลิตเป็นน้ำมันเบนซินหรือดีเซลมีเพียงพอ โดยได้มีการบริหารจัดการ เนื่องจากช่วงนี้อาจเป็นความกังวลว่าน้ำมันอาจขาดแคลนทุกคนจึงไปตุนน้ำมันไว้ก่อน ทำให้การบริหารจัดการน้ำมันไปสู่ผู้ค้าน้ำมัน ตามสถานีบริการน้อยกว่าปกติ จึงได้มีข้อสรุปให้กระทรวงพลังงานโดยอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ไปคุยกับผู้ค้าเพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันตามสถานีบริการมีเพียงพอ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของประชาชนที่ตอนนี้อาจมีความกังวลและขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเรื่องของน้ำมันมีเพียงพอให้กับประชาชนแน่นอน
สำหรับภาคอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีว่าให้ทางกรมธุรกิจพลังงานนัดหารือกับผู้ค้าหลักที่มีโรงกลั่นโดยเฉพาะผู้ค้าตามมาตรา 7 และกลุ่มที่เป็นผู้ค้ามาตรา 10 หรือจ็อบเบอร์ ในการดูว่าซัพพลายน้ำมันในภาคอุตสาหกรรมจะดำเนินการด้วยวิธีใดได้บ้าง
