เปิดประวัติ “สส.ใบพลู - รังสิมันต์ โรม” จากอดีตนักเคลื่อนไหว สู่นักการเมืองเปิดโปงเรื่องสีเทา ชื่อสะพัดจ่อชิงเก้าอี้ “ประธานสภาฯ” แข่งกับ “โสภณ ซารัมย์”
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และคนที่ 2 จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2569 โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่าจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ซึ่งในช่วงต้นจะมีการปฏิญาณตนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้ง 498 คนก่อน ส่วนผู้ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวคือ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็น สส. ที่อาวุโสสูงสุดของสภาฯ ชุดที่ 27 คือมีอายุ 90 ปี แล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกประธานสภาฯ ต่อด้วยรองประธานสภาฯ ที่จะถูกเสนอชื่อขึ้นมา
ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน 2 แน่ชัดว่าจะเสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาฯ และเสนอชื่อ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ในตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่ 2 พรรคเพื่อไทย จะเสนอ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย 3 สมัย
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมพรรคประชาชน (ปชน.) มีมติว่าจะเสนอคนชิงตำแหน่งประธานสภาฯ แต่ยังไม่เปิดชื่อ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าอาจจะเป็น นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน จึงเป็นที่น่าจับตาว่าพรรคประชาชนจะเสนอชื่อ นายรังสิมันต์ ในวันที่ 15 มีนาคมนี้จริงหรือไม่
...
ประวัติ “รังสิมันต์ โรม”
ชวนทำความรู้จัก นายรังสิมันต์ โรม ชื่อเล่น ใบพลู เป็นหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2535 โดยในวันคล้ายวันเกิดปี 2569 จะมีอายุครบ 34 ปี กำเนิดที่อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต แต่ไปเติบโตที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของ นายมาร์ก โรม ชาวอเมริกัน และมารดาชื่อ นภาภรณ์ เฮาส์
การศึกษา นายรังสิมันต์ จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนทวีธาภิเศก ต่อมาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาโทที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง
ก่อนเข้าสู่ชีวิตนักการเมือง นายรังสิมันต์ เคยมีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่มศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย โดยเข้าร่วมกิจกรรมการทานแซนวิช เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2557 เนื่องในวาระครบรอบรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 1 เดือน และเป็นนักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมืองในกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีประชาธิปไตย โดยมีบทบาทในการส่งเสริมประชาธิปไตยในมหาวิทยาลัยและการเมืองในประเทศ โดยมีเพื่อนนักเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมากเข้าร่วมกลุ่ม ต่อมา นายรังสิมันต์ ได้แยกทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองมาภายหลังการจับกุมหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ภายใต้ชื่อว่า กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) โดยมักมีบทบาทออกหน้าสื่ออยู่บ่อยครั้ง
เส้นทางการเมือง
นายรังสิมันต์ สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมกับ นายปิยรัฐ จงเทพ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561 และลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ในลำดับที่ 16 และผลคะแนนจากการเลือกตั้งทำให้ได้เป็น สส. เมื่อปี 2562 แต่ต่อมาพรรคอนาคตใหม่ ถูกตัดสินยุบพรรค ทำให้นายรังสิมันต์ ซึ่งเป็น 1 ใน 54 สส. ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล ร่วมกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยได้รับตำแหน่งรองเลขาธิการ และโฆษกพรรคตามลำดับ
จากนั้นในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 นายรังสิมันต์ ลงสมัครเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ อีกครั้งในนามพรรคก้าวไกล โดยอยู่ลำดับที่ 8 ของบัญชีรายชื่อ และได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งพรรคก้าวไกลได้ สส. มากถึง 151 ที่นั่ง สูงสุดเป็นอันดับ 1 แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่งไม้ต่อให้กับพรรคเพื่อไทยรวมเสียงกับพรรคอื่นๆ จัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านที่มีเสียงมากที่สุด กระทั่งต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ยุบพรรคก้าวไกล และตัดสิทธิการเมืองกรรมการบริหารพรรค เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ทำให้ สส.ที่เหลือ ต้องย้ายไปสังกัดพรรคประชาชน (ปชน.) หรือชื่อเดิมคือ พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ในช่วงการเป็น สส. ยังได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และเจ้าตัวมีบทบาทโดดเด่นในการอภิปรายในสภาฯ หลายครั้ง อาทิ ตั๋วช้าง, แก๊งคอลเซ็นเตอร์, สแกมเมอร์ รวมถึงเรื่องนายเบน สมิธ ด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง 2569 นายรังสิมันต์ ก็ได้รับเลือกให้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งถือเป็นการได้รับเลือกตั้ง 3 สมัยติดต่อกัน โดยนายรังสิมันต์ อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 8 และการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนได้ สส.แบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ รวม 120 คน และทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านอีกครั้ง.
