“รัดเกล้า” เตรียมยื่นญัตติขอตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ปฏิรูปกฎหมายช้างไทย ชี้ใช้มานานกว่าศตวรรษจนล้าหลัง พร้อมพ่วง 5 ญัตติร้อน
วันที่ 13 มีนาคม 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงการขับเคลื่อนงานนิติบัญญัติครั้งสำคัญ โดยเตรียมเสนอญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการคุ้มครองช้างไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และยกระดับสวัสดิภาพช้างไทยให้สอดคล้องกับสากล
นางรัดเกล้าระบุว่า ปัจจุบันไทยยังคงใช้กฎหมายรักษาช้างป่าที่ตราขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 และ 2464 (สมัยรัชกาลที่ 5 และ 6) ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 100-120 ปี ทำให้ไร้ประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาโลกสมัยใหม่ โดยเฉพาะ 3 ประเด็นหลัก คือ ขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติที่มีความซับซ้อนและใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น การบุกรุกที่อยู่อาศัยจากการขยายตัวของเมืองและโครงสร้างพื้นฐานที่ทับซ้อนเส้นทางหากิน ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างที่ทวีความรุนแรงจนเกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
“เรามีกฎหมายช้างป่าที่ไม่ได้ถูกเหลียวแลมานานนับร้อยปี ขณะที่จำนวนช้างน้อยลงทุกที แต่ปัญหาการทารุณกรรมและพื้นที่ทับซ้อนกลับเพิ่มขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูปให้เห็นผลจริง” นางรัดเกล้า กล่าวพร้อมหยิบยกกรณีความสูญเสียของ “สีดอหูพับ” ระหว่างการเคลื่อนย้ายของเจ้าหน้าที่รัฐ มาเป็นตัวอย่างที่สะท้อนว่ากลไกการบริหารจัดการในปัจจุบันสอบตกอย่างรุนแรงในการคุ้มครองชีวิตสัตว์ป่า โดยเป้าหมายของ กมธ. ชุดนี้จะมุ่งเน้นการเร่งรัดร่าง พ.ร.บ. ปกป้องคุ้มครองช้างไทย ที่ยังค้างคาให้สำเร็จ และดึงภาคประชาชนเข้ามีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 57
...
นอกจากเรื่องช้างแล้วพรรคประชาธิปัตย์ยังเตรียมเสนอญัตติสำคัญอีก 5 ฉบับ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ได้แก่ ความเท่าเทียมทางเพศ การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศและการใช้คำนำหน้านามตามเพศสภาพ งบประมาณ Gender Data พัฒนาฐานข้อมูลจำแนกเพศเพื่อการจัดสรรงบประมาณที่ยุติธรรม คุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มจัดระบบสวัสดิการให้กลุ่มไรเดอร์และแรงงานอิสระ กองทุนดูแลผู้สูงอายุสร้างระบบนักบริบาลชุมชนรองรับสังคมสูงวัยระยะยาว และสิทธิผู้ต้องขังหญิงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในเรือนจำและการเตรียมพร้อมกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี