“อนุทิน” มอบ “วราวุธ-นิกร” รับหนังสือมูลนิธิเมาไม่ขับ ขอรัฐบาลบรรจุนโยบาย ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน บอก พร้อมนำเสนอกรรมการยกร่างฯ “ท็อป” เชื่อรัฐบาลนี้แก้ไข-ผลักดันกฎหมายได้หลายฉบับ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มอบหมาย นายวราวุธ ศิลปอาชา สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายนิกร จำนง สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ต้อนรับ นายประศม สุขแสวง ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกรุงเทพฯ ตัวแทนมูลนิธิเมาไม่ขับ พร้อมคณะเหยื่อเมาแล้วขับ ที่เข้ายื่นหนังสือขอให้พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พิจารณาบรรจุนโยบายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่กำลังจัดตั้งขึ้น
เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกรุงเทพฯ ระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นการแสดงออกในฐานะประชาชนที่ทำงานรณรงค์ลดความสูญเสียบนท้องถนนจากอุบัติเหตุมาเป็นเวลานาน ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายทางการเมือง หรือมีพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองใดๆ เกี่ยวข้อง เป็นการแสดงออกเพื่อหวังจะเห็นนโยบายลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้รับความสำคัญจากรัฐบาลที่บริหารประเทศ
...
ขณะที่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนจะได้ประสานกับทีมยกร่างนโยบายรัฐบาลเพื่อให้บรรจุเรื่องดังกล่าวนี้ เพราะอัตราคนประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนจนกลายเป็นคนพิการและอยู่ในวัยทำงาน ยิ่งทำให้คนในวัยทำงานลดน้อยลงไปอีก เรื่องนี้จึงถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องป้องกัน เมื่อนำไปอยู่ในนโยบายรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้บอกไว้ว่า หากกระทรวงใดต้องการแก้กฎหมายอะไรให้ส่งมาที่พรรคภูมิใจไทย แล้วจะใช้กลไกของสภาทำงานให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เชื่อว่ารัฐบาลนี้จะสามารถแก้ไขกฎหมายหรือผลักดันกฎหมายได้หลายฉบับ
นายวราวุธ เผยต่อไป เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวว่าตนจะได้ไปอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม หากได้ไปอยู่จริงสิ่งที่จะให้ความสำคัญคือเรื่องความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เพื่อไม่ให้คนทำงานเกิดอุบัติเหตุจนกลายเป็นคนพิการ ดังนั้น ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน และให้คำมั่นว่าวันนี้ฝ่ายการเมือง พวกเราในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งครอบครัวศิลปอาชาก็ทำงานกับพี่น้องคนพิการมานานตั้งแต่สมัยบิดา คือ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 แล้ว ดังนั้น เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าทุกท่านเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย พี่น้องคนพิการมีศักยภาพ มีพลังสมอง มีความสามารถในหลายมิติมากกว่าคนทั่วไป จึงเป็นหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญ ดังนั้นฝ่ายบริหารจึงจะบรรจุเรื่องโรดเซฟตี้ในนโยบายของรัฐบาล.