กองทัพบกขานรับมติ ครม. เปิด WFH สลับเข้าเวร ชะลอเดินทาง ตปท. เว้นแต่เป็นภารกิจสำคัญจำเป็น กองทัพเรือเข้มประหยัดพลังงาน ส่วนงาน WFH ต้องไม่กระทบต่อภารกิจหลัก
วันที่ 11 มีนาคม 2569 สืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์พลังงานโลก กองทัพบก โดยกรมกำลังพลทหารบก ได้กำหนดแนวทางการจัดกำลังพลปฏิบัติราชการควบคู่กับมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตพลังงาน และเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการของหน่วยให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวทางการจัดกำลังพลปฏิบัติราชการ กำหนดให้กำลังพลที่ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยและกำลังพลในตำแหน่งที่สำคัญยังคงปฏิบัติราชการในที่ตั้งหน่วย (Work at Office) ตามปกติ
ส่วนกำลังพลนอกเหนือจากตำแหน่งดังกล่าว หน่วยสามารถพิจารณาจัดผลัดสลับการปฏิบัติราชการระหว่างที่ตั้งหน่วย (Work at Office) และที่พักอาศัย (Work from Home) ได้ตามความเหมาะสม โดยต้องไม่กระทบต่อภารกิจของทางราชการ
ทั้งนี้ กำลังพลที่ปฏิบัติงานจากที่พักอาศัยต้องรายงานตัวผ่านระบบแอปพลิเคชัน หรือระบบสื่อสารอื่นที่หน่วยกำหนด ในเวลา 08.30 น. และ 13.00 น. พร้อมทั้งต้องสามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาราชการ และสามารถเดินทางกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อมีความจำเป็น
ขณะเดียวกัน กองทัพบกได้กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานควบคู่กัน ทั้งในระดับบุคคลและระดับหน่วย โดยในระดับบุคคลให้กำลังพลร่วมกันลดการใช้พลังงานในที่พักอาศัย และหากจำเป็นต้องเดินทางให้พิจารณาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
ทางด้านมาตรการภายในสถานที่ปฏิบัติราชการ ให้ใช้แสงสว่างและเครื่องปรับอากาศเท่าที่จำเป็น สอดคล้องกับจำนวนกำลังพลที่มาปฏิบัติงาน พร้อมกำหนดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในหน่วยงานไว้ไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส พิจารณาการจัดประชุมผ่านระบบออนไลน์ตามความเหมาะสม รวมทั้งบูรณาการกำลังพลให้ปฏิบัติงานในพื้นที่เดียวกันเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคารสถานที่ ตลอดจนให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางไปราชการต่างประเทศ เว้นแต่เป็นภารกิจสำคัญและจำเป็น
...
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมของกำลังพลและการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบกให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศและการดูแลประชาชนได้อย่างเต็มขีดความสามารถ
ทร. เพิ่มความเข้มข้นประหยัดพลังงาน งดภารกิจที่ไม่เร่งด่วน
ทางด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานของโลก รัฐบาลได้กำหนดมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมกำหนดแนวทางการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งบรรเทาภาระงบประมาณของภาครัฐ
กองทัพเรือได้ขานรับนโยบายดังกล่าวโดยทันที โดยกำหนดแนวทางย้ำมาตรการประหยัดพลังงานจากแนวทางเดิมให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และสอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาล โดยมีสาระสำคัญประกอบด้วย การควบคุมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับภารกิจที่ไม่เร่งด่วน การลดจำนวนเที่ยวการใช้ยานพาหนะราชการ การส่งเสริมการใช้ระบบประชุมทางไกลแทนการเดินทาง การงดหรือเลื่อนกิจกรรมที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน และมีการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจำนวนมากออกไปก่อน รวมถึงการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าในหน่วยงานอย่างเข้มงวด เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศตามมาตรการของรัฐบาล การปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน และการตรวจสอบบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น รวมทั้งมีมาตรการในการกำกับควบคุมเพื่อให้เป็นไปตามสั่งการโดยเคร่งครัด
นอกจากนี้ กองทัพเรือยังได้พิจารณาแนวทางการปฏิบัติงานนอกที่ตั้งหน่วยในลักษณะ Work from Home สำหรับงานด้านธุรการ งานวิเคราะห์ และงานอำนวยการที่สามารถดำเนินการผ่านระบบสารสนเทศของทางราชการได้ เพื่อช่วยลดภาระการเดินทาง ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการใช้พลังงานโดยรวม ทั้งนี้ การดำเนินการจะต้องไม่กระทบต่อภารกิจหลัก โดยเฉพาะในเรื่องของความพร้อมรบและการปฏิบัติการทางทหารอย่างเด็ดขาด
“กองทัพเรือยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของรัฐ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมรบและความสามารถในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนในปัจจุบัน”
