"รมต.สันติ" คิกออฟ 6 มาตรการคุ้มครองผู้บริโภค หวั่นพิษสงครามตะวันออกกลางทำราคาสินค้าผันผวน สั่งลุยตรวจปั๊มน้ำมันหลังพบพิรุธกักตุน


วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แถลงมาตรการคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบความผันผวนของราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานสินค้า 6 ข้อหลัก ด้วยการเพิ่มสายด่วน 1166 อีก 10 คู่สาย รับเรื่องร้องทุกข์ 24 ชม. คุมเข้มค่าสาธารณูปโภค ห้ามหอพัก/ที่พักเช่าโขกค่าไฟ-ค่าน้ำเกินจริง ตรวจสอบฉลากทองคำ กำกับดูแลการขายทองรูปพรรณให้เป็นธรรมในช่วงราคาผันผวน รณรงค์สิทธิผู้บริโภค เน้นตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และราคา ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพิ่มทางเลือกจ่ายเงิน ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดรับชำระหลายช่องทาง (เงินสด/แอปฯ) ช้อปออนไลน์ปลอดภัย สนับสนุนให้ซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่จดทะเบียน “ตลาดแบบตรง” กับ สคบ.

นายสันติยังกล่าวถึงกรณีการร้องเรียนปั๊มน้ำมันบางแห่งอ้างน้ำมันหมดว่า ได้รับรายงานปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.พังงา ซึ่งได้สั่งการให้กรมการค้าภายในร่วมกับ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบความถี่สูงขึ้น เพื่อจำแนกว่าเป็นการขาดแคลนจริงหรือเกิดจากการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร หากพบความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ด้านนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางว่า คนไทย 68 คนที่อพยพไปพักรอที่เมืองวาน ประเทศตุรกี จะเดินทางถึงไทยกลุ่มแรกในช่วงเช้าวันที่ 12 มีนาคม และกลุ่มที่สองวันที่ 13 มีนาคม ส่วนคนไทยในอิรัก 14 คน อยู่ระหว่างประสานผ่านจอร์แดนเพื่อส่งตัวไปตุรกี ส่วนกาตาร์เตรียมรับคนไทยตกค้าง 24 คน กลับถึงกรุงเทพฯ คืนวันที่ 11 มีนาคมนี้ ด้วยเที่ยวบินพิเศษ และ ยูเออีสายการบินเอทิฮัดเปิดเที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯ และภูเก็ต วันละ 1 เที่ยว จนถึง 12 มีนาคม เพื่อระบายผู้โดยสาร

...

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศแจ้งเตือนกรณีพบมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตในอิสราเอล หลอกให้โอนเงินค่าดำเนินการอพยพและค่าตั๋วเครื่องบิน ยืนยันว่าสถานทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าธรรมเนียมการอพยพ และขอให้ติดต่อผ่านช่องทางทางการเท่านั้น พร้อมระบุขณะนี้มียอดคนไทยได้รับการช่วยเหลือสะสมแล้วกว่า 381 ราย