"สาทิตย์" ออกโรงยัน "กฤตย์อิชย์" สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ไร้เจตนาเบี้ยวภาษี 7.4 ล้าน ชี้เป็นมรดกหนี้ เงินต้นล้านเจ็ดแต่ดอกเบี้ยบานปลาย 


วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ สส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีหลบเลี่ยงภาษีว่า จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องจริง แต่เป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจากธุรกิจก่อสร้างของครอบครัวนายกฤตย์อิชย์ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2530

นายสาทิตย์ ระบุว่า เดิมทีห้างหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นของญาติ ก่อนที่บิดาของนายกฤตย์อิชย์จะรับมาดูแลต่อจนกระทั่งเสียชีวิต กิจการจึงตกทอดมาถึงภรรยาและบุตร แต่ในช่วงปี 2559-2562 ธุรกิจประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักจนไม่มีเงินชำระภาษี ซ้ำร้ายพี่ชายของนายกฤตย์อิชย์ที่เคยลงสมัคร สส. ในนามพรรคอื่นยังถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง จนทำให้ครอบครัวเข้าสู่สภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว ถูกทรัพย์สินขายทอดตลาด และถูกญาติฟ้องล้มละลายในที่สุด

“ต้นเงินภาษีจริงๆ อยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านบาท แต่เนื่องจากเวลาล่วงเลยมาหลายปี ทำให้เกิดเบี้ยปรับและดอกเบี้ยสะสมจนพุ่งสูงถึง 7.4 ล้านบาท นายกฤตย์อิชย์ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี แต่ที่ผ่านมาไม่มีเงินจ่ายจริงๆ แม้แต่ตอนนี้ที่เป็น สส. แล้ว ก็ยังไม่ได้รับเงินเดือนสักบาทเดียว ขณะนี้เจ้าตัวกำลังประสานกรมสรรพากรและขอยืมเงินจากญาติพี่น้องมาทยอยชำระเพื่อจบปัญหา” นายสาทิตย์ กล่าว

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึง "ใบสั่ง" ทางการเมือง โดยระบุว่า มีความผิดปกติที่ข้อมูลถูกส่งให้สื่อดังในจังหวะที่นายกฤตย์อิชย์เพิ่งได้เป็น สส. ทั้งที่เป็นเรื่องเก่าเกือบ 10 ปี และมีการเจรจากับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด เรื่องนี้ประจวบเหมาะเกินไปที่หมายเรียกและเลขคดีโผล่มาในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เหมือนมีการเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ แต่จังหวะมันเป๊ะมาก

...

นายสาทิตย์ ยืนยันว่าก่อนส่งลงสมัคร พรรคได้ตรวจสอบคุณสมบัติอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบประวัติทุจริตหรือธุรกิจสีเทา คดีนี้เป็นเพียงคดีแพ่งที่เกิดจากความล้มเหลวทางธุรกิจ ซึ่งสามารถเจรจาได้ จึงไม่กระทบต่อสถานะ สส. และงานของพรรค โดยฝ่ายกฎหมายของประชาธิปัตย์พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมกำชับให้นายกฤตย์อิชย์เตรียมข้อมูลเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้งในวันที่ 17-18 มีนาคมนี้