ศบก.แถลงสถานตะวันออกกลาง ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยง 322 ราย เตรียมรับชุดที่สอง 23 ชีวิตจากเตหะรานถึงไทยพรุ่งนี้เช้า 


วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า ยังคงมีความรุนแรงมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธต่อเนื่องในอิหร่าน อิสราเอล คูเวต และเลบานอน โดยเน้นทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อย่างไรก็ตามในพื้นที่เสี่ยงได้ช่วยคนไทยออกจากพื้นที่ได้แล้วทั้งหมด 322 ราย และในวันพรุ่งนี้ (10 มี.ค.) จะมีอีก 23 คนเดินทางถึงไทย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างประสานคนไทยที่ออกจากอิหร่านไปตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศ โดยสายการบินการ์ตาเปิดเส้นทางบินฉุกเฉิน (กรุงเทพฯ-โดฮา) เพื่ออพยพผู้ตกค้าง และกำลังประสานเปิดเส้นทางขากลับเพื่อนำคนไทยกลับบ้าน

นายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่าปัจจุบันมีแรงงานไทยพำนักในตะวันออกกลางรวม 67,043 คน โดยมีผู้แจ้งความประสงค์กลับไทยแล้ว 941 คน จากอิหร่าน 41 คน, ซาอุดีอาระเบีย 205 คน และอิสราเอล 23 คน สำหรับมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่เดินทางกลับ ได้จัดเจ้าหน้าที่รับที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง พร้อมระบบ QR Code ลงทะเบียนความต้องการในการหางานใหม่/ฝึกอาชีพ/พัฒนาทักษะภาษา ส่วนสิทธิประโยชน์กองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศกลับไทยเนื่องจากสงครามจะรับเงินสงเคราะห์รายละ 15,000 บาท กรณีทุพพลภาพรับเงินสงเคราะห์ 30,000 บาท ส่วนกรณีเสียชีวิตทายาทรับเงินสงเคราะห์ 40,000 บาท ค่าจัดการศพตามจริงไม่เกิน 40,000 บาท

ทั้งนี้กระทรวงแรงงานขอความร่วมมือครอบครัวแรงงาน ช่วยแจ้งให้ญาติที่อยู่ต่างประเทศอัปเดตแอปพลิเคชัน “Smart TOEA” เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อใช้รับข้อมูลแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินและส่งข้อความขอความช่วยเหลือกลับมายังภาครัฐได้โดยตรง ทั้งนี้ยังมีสำนักงานแรงงานไทย 3 แห่งในพื้นที่คอยประสานงานใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับช่องทางการติดต่อประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้แจ้งที่อยู่ติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยเร็วที่สุด ส่วนแรงงานที่กลับถึงไทยแล้วสามารถติดต่อรับสิทธิประโยชน์ได้ที่กรมการจัดหางาน หรือ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ

...