“อรรถพล” เตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน ชดเชยกองทุนน้ำมัน หลังติดลบ รับมือสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ทำกระทบราคาพุ่ง ย้ำ หลังตรึงดีเซลครบ 15 วัน ขอดูสถานการณ์ ส่วนเบนซินขึ้นเป็นสเต็ป
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงสถานการณ์ว่า เช้านี้ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันดีเซล LPG และ LNG ซึ่งคนไทยทุกคนเกิดความกังวลว่า หลังกระทรวงพลังงานได้ประกาศไปแล้วเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ว่าน้ำมันเราสามารถอยู่ได้ถึง 95 วัน วันนี้จึงมีการประชุมกัน โดยมีข้อสรุปต่างๆ จาก ศบก. กระทรวงพลังงาน และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า จะมีการหาสิ่งต่างๆ เข้ามาทำการเสริมในเรื่องน้ำมัน หากไม่สามารถนำน้ำมันดิบออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ จะมีน้ำมันจากแหล่งใดที่จะมาเติม และจะมีการนำไบโอดีเซล หรือ เอทานอล มาผสมอย่างไรเพื่อเป็นการยืดระยะเวลา ซึ่งปัจจุบันผสมอยู่แล้ว แต่หากเกิดวิกฤตมากกว่านี้ เราจะสามารถผสมได้เพิ่มจากกี่เปอร์เซ็นต์เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ และจะทยอยดำเนินการอย่างไร
รวมถึงหารือถึงการตรึงราคา ที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าจะมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้วประมาณ 9-10 วัน ตรึงราคาอีก 5-6 วัน แต่สำหรับราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งไม่มีการพูดถึงในการประเมินราคา กระทรวงพลังงานก็มีการนำเงินกองทุนน้ำมันมาเป็นตัวซัพพอร์ต และยังไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่จากสถานการณ์ที่เกิดความรุนแรงอย่างไม่มีข้อยุติ จากที่มีการตรึงราคาเฉพาะน้ำมันดีเซล อาจจะมีการประกาศเพื่อเคลื่อนไหวในเรื่องการขึ้นราคา แต่จะขึ้นเป็นสเต็ป ไม่ใช่ว่าขึ้นครั้งเดียว แต่จะเป็นในลักษณะการทยอยขึ้นตามกลไกของ ปตท.
...
ด้านนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กำลังการกลั่นหรือการผลิตในประเทศไทย ซึ่งต้องนำเข้าน้ำมันดิบเป็นส่วนใหญ่ เพียงแต่โรงกลั่นที่นำเข้าน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูป มีกำลังการผลิตเหลืออยู่ไม่มาก ซึ่งที่ผ่านมาส่งออก ซึ่งขณะนี้มาตรการคือระงับการส่งออก ยกเว้น สปป.ลาวและเมียนมา ซึ่งในส่วนที่มีการระงับการส่งออกได้ มีการประกาศเพิ่มให้สำรองเพิ่มจาก 1% เป็น 3% โดยสิ้นเดือนมีนาคมเพิ่มน้ำมันสำรองเป็น 1.5% สิ้นเดือนเมษายน เพิ่มน้ำมันสำรองเป็น 3% ซึ่งสามารถเพิ่มได้ภายใน 7 วัน
และหลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารพลังงาน คือมาตรการการเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันดีเซล โดยเพิ่มไบโอดีเซล B100 ผสมเข้าไป จาก 5% เป็น 7% เพื่อช่วยลดการใช้ตัวเนื้อดีเซล ซึ่งเป็นฟอสซิลจากน้ำมันลงไป 2% โดยจะมีผลในวันที่ 14 มีนาคม 2569 ซึ่งมีระยะเวลาให้ผู้ค้าน้ำมันได้เตรียมตัว จะช่วยในการลดการใช้ดีเซลและส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในประเทศ ซึ่งผลผลิตปาล์มเข้าสู่ฤดูที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ จึงไม่ต้องห่วงในเรื่องของความเพียงพอ และสิ่งที่จะทำเพิ่มคู่ขนานกันไป ให้มีการศึกษาเพิ่มเติม ว่าจะสามารถส่งเสริม B10 และ B20 ได้อย่างไร เนื่องจากค่ายรถยนต์บางค่ายไม่สามารถใช้งานได้
ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลจะมีการตรึงให้ครบ 15 วัน ก่อนที่จะไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง น้ำมันดีเซล เรามีการเข้าไปช่วยบางส่วน ไม่ได้ช่วยทั้งหมด เนื่องจากราคาอยู่สูงในตลาดโลก จึงต้องมีการขยับ แต่จะมีการประสานงานว่าอย่าขึ้นครั้งเดียวแล้วกระชากราคา
ส่วนสิ่งที่จะทำทันทีจาก B5 จะเปลี่ยนเป็น B7 ส่วนตัวน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ปัจจุบันมีตลาดมีอยู่แล้ว ที่เรียกว่า E10 E20 E85 ซึ่งเป็นสัดส่วนการผสมเอทานอล ซึ่งจะมีการส่งเสริมให้ใช้มากขึ้น โดยผ่านราคาเป็นแรงจูงใจ ซึ่งปัจจุบันราคา E10 กับ E20 ห่างกันประมาณ 2 บาท แต่จะเพิ่มขึ้นให้เป็น 3 บาท
ขณะเดียวกันคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ได้ประกาศการตรึงราคาก๊าซหุงต้มต่อไป จากประกาศเดิมที่จะหมดในเดือนมีนาคมนี้ แต่จะประกาศตรึงราคาต่อไปอีก 2 เดือน คือพฤษภาคม ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าราคาก๊าซหุงต้มจะไม่มีการปรับขึ้นจนถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะค่อยมาดูกันอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นเชื้อเพลิงที่ผลิตไฟฟ้า จากที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแถลงไว้ว่าในช่วงก๊าซ 2 เดือน มีนาคมและเมษายน เกือบ 40 ลำ มี 5 ลำที่มาจากการ์ตา ออกมาได้แล้ว 2 ลำ อีก 3 ลำยังไม่ได้ออกมา แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ทาง ปตท. ติดต่อนำ 3 ลำที่ยังไม่ได้ออกมาจากกาตาร์ ไปหาแหล่งอื่นทดแทน โดย ณ ปัจจุบันสามารถคอนเฟิร์มได้แล้ว 2 ลำ และอีก 1 ลำจะเป็นผู้ค้าอีก 1 รายที่กำลังรอการคอนเฟิร์ม ซึ่งได้รับข้อเสนอมาแล้ว ก่อนยืนยันว่าตัวก๊าซ LNG ที่จะมาทดแทนก๊าซที่มาจากกาตาร์ในช่วง 2 เดือนมาได้อย่างแน่นอน และส่วนของกาตาร์ก็ไม่ได้ยกเลิก หากออกมาได้ก็จะมาเติมอีกทางหนึ่ง
ขณะเดียวกันในทางคู่ขนานกัน คือในพื้นที่อ่าวแหล่งก๊าซ JDA (Joint Development Area) หรือพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียให้ผลิตเพิ่ม ซึ่งทางมาเลเซียยืนยันว่าจะผลิตเพิ่มให้กับไทย และขอให้มีการซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำเพิ่มจาก สปป.ลาว และพูดคุยกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในการเพิ่มกำลังการผลิตจากถ่านหิน จึงขอให้ความมั่นใจว่าจะไม่ขาดเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า สามารถบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เป็นการประมาทในเรื่องมาตรการประหยัดพลังงาน จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ 10 มีนาคม 2569 ปลัดกระทรวงพลังงานทำหนังสือถึงหน่วยงานราชการ ให้ดำเนินการมาตรการประหยัดพลังงาน เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศขึ้นไปอยู่ถึง 26-27 องศา และหากไม่จำเป็นไม่รับแขกบ้านแขกเมือง การแต่งกายในแต่ละกระทรวง หรือแต่ละกลุ่มขอความร่วมมือไม่ต้องผูกไทใส่สูท หรือการใช้พลังงานอย่างประหยัด ปิดไฟที่ไม่จำเป็น รวมไปถึงมาตรการ work from home ซึ่งยังถือเป็นไปด้วยการขอความร่วมมืออยู่ การประชุมออนไลน์ ที่อยากให้หน่วยงานแต่ละหน่วยทำกัน และขอความร่วมมือกับทางผู้ค้าน้ำมันที่มีสถานีบริการน้ำมัน ให้ส่งเสริมในเรื่องของการตรวจสภาพเครื่องยนต์ของรถยนต์ให้กับประชาชน เนื่องจากการตรวจสอบเครื่องยนต์และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา สามารถประหยัดน้ำมันได้จำนวนมาก
ส่วนมาตรการประหยัดพลังงานถ้าไปจำกัดเยอะจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่จะไม่หมุนเวียน ถ้าจะให้ทุกคน WFH 100% มันจะไม่เกิดการเดินทาง รวมถึงมันไม่เกิดการใช้จ่ายร้านค้ารอบๆ ที่ทำงาน
ขณะที่ขั้นแรกคงเป็นมาตรการขอความร่วมมือ ถ้าถึงขั้นปิดเปิดสถานีบริการน้ำมันเป็นเวลาจะสร้างการแตกตื่น การปิดห้างสรรพสินค้าเวลา 21.00 น. จะกระทบการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ดังนั้นมาตรการที่จะออกมาแต่ละมาตรการ ต้องดูให้รอบด้าน
นายพิพัฒน์ ยังระบุอีกว่า ในปัจจุบันความตื่นตระหนกของผู้ใช้น้ำมันโดยเฉพาะ มีไปรอตามสถานีบริการน้ำมันอย่างมากมาย ขอให้แจ้งให้ทราบว่าน้ำมันไม่ได้ขาด ขอให้กลับสู่สภาวะปกติ เพราะฉะนั้นขอทุกคนอย่ากังวลว่าน้ำมันจะหมดสต๊อก ไม่มี ตนขอยืนยันว่าน้ำมันไม่ช็อตแน่ ส่วนภาคอุตสาหกรรม ที่เคยซื้อน้ำมันจากจ็อบเปอร์ ขอให้รวบรวมบิล 2 เดือนย้อนหลังเพื่อขอซื้อน้ำมันในราคาที่ประกาศจากบริษัทแม่ผู้ขายน้ำมัน มิฉะนั้นจะต้องซื้อในราคาที่ลอยตัว
ขณะที่สถานะกองทุนน้ำมันขณะนี้ นายอรรถพล กล่าวว่า วันแรกบวกสองพันกว่าล้าน หลังจากนั้นก็ติดลบเล็กน้อย แต่จากที่ตนยืนยันว่าถือเป็นบทบาทและหน้าที่ของกองทุนน้ำมันที่จะเข้ามาช่วยดูแลในสภาพราคาน้ำมันที่ผันผวน และกองทุนน้ำมันเคยติดลบสูงสุด 120,000 ล้านบาท ซึ่งโชคดีว่าก่อนเกิดเหตุการณ์เป็นบวกอยู่นิดหน่อย เพราะฉะนั้นสถานภาพปัจจุบันติดลบอยู่นิดหน่อย
ส่วนมีการเตรียมความพร้อมเรื่องแหล่งเงินออกพระราชกำหนด จะต้องเร่งด่วนเพียงใด นายอรรถพล ยืนยันว่า ตัวกองทุนมีหน้าตักของตัวเอง ในการที่จะติดลบได้ประมาณ 1 และขนานกันวันนี้ได้หารือกัน ทั้งเลขาฯ กฤษฎีกา ได้เตรียมการเอาไว้แล้ว การดำเนินการที่ต้องออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังค้ำเงินกู้ ได้ดำเนินการมาแล้ว 1 ครั้ง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องพวกนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว
ส่วนประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมัน นายอรรถพล ยืนยันว่า ขึ้นอยู่กับสงคราม ในระดับนี้เป็นไปได้ทั้งบวกและลบ เนื่องจากตัวน้ำมันดิบขึ้นมาเป็น 100 เหรียญ และน้ำมันสำเร็จรูปขึ้นมา 150 เหรียญ น้ำมันดีเซลขึ้นมาสูง อาจจะมีข่าวดีตรงที่ขณะนี้ประเทศที่มีสำรองน้ำมันจำนวนมากเริ่มที่จะมีการทยอยประกาศว่าจะนำน้ำมันสำรองออกมาใช้ จึงจะช่วยพยุงความผันผวนของราคาได้ ซึ่งหากให้มองทางปัจจัยไม่ดี คือยังรบกันต่อ แต่ปัจจัยดีก็คือเริ่มที่จะมีการปล่อยน้ำมันจากช่องทางอื่นเข้ามา สงครามหยุดเมื่อไหร่ น้ำมันลดลงแน่นอน
เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วหากพิจารณาซื้อไม่ได้จะพิจารณาจากรัสเซียหรือไม่ นายอรรถพล ยืนยันว่า ขณะนี้งานเทรดดิ้ง โดยเฉพาะของ ปตท. พยายามหาจากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นจากอเมริกา แอฟริกา มาเลเซีย ออสเตรเลีย ซึ่งรัสเซียถือเป็นอีกแหล่งหนึ่ง แต่ต้องดูดีๆ เพราะมาตรการคว่ำบาตรอาจจะต้องเช็คดูน่าจะมีความเสี่ยง หาซื้อจากรัสเซียเพราะหากโอนเงินไปแล้วเงินโดนกักก็จะเป็นความเสี่ยงของผู้ซื้อ ซึ่งต้องดูให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แต่ทางอเมริกาก็เริ่มที่จะผ่อนคลายเรื่องมาตรการในการคว่ำบาตรรัสเซียแล้ว
เมื่อถามว่าที่บอกว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นไปได้ใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งหมด แต่จะไม่หยุดถาวร อาจจะเป็นการกระชากไปในช่วงหนึ่ง และอาจจะลงมา ซึ่งสถานการณ์น้ำมันทั้งราคาและปริมาณขึ้นอยู่กับสงครามโดยตรง ซึ่งต้องติดตามสถานะสงครามอย่างใกล้ชิดเป็นรายชั่วโมง
ด้านนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการกักตุนสินค้าว่ามีบทลงโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคา เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม ดังนั้นหากผู้ประกอบการจะมีการปรับขึ้นราคา จะต้องมีการยื่นข้อมูลมายังกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เห็นโครงสร้างราคาว่าส่วนไหนมีการเปลี่ยนไป ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นมาเพื่อขอปรับขึ้นราคา