รมต.สำนักนายกฯ เดินหน้ากู้วิกฤตค่าครองชีพ สั่งผู้ว่าราชการยกระดับการคุ้มครองสิทธิประชาชน หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางทำราคาสินค้าผันผวน
วันที่ 9 มีนาคม 2569 นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อผลกระทบด้านราคาสินค้าและบริการที่อาจผันผวน จนเป็นช่องว่างให้ผู้ประกอบการบางรายฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน
นายสันติระบุว่า ปัจจุบันประชาชนหันมาลงทุนในทองคำมากขึ้นเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ แต่ด้วยราคาทองคำที่มีความเคลื่อนไหวรวดเร็ว จึงได้มอบนโยบายเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบร้านทองในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการทำธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมและการติดฉลากสินค้าที่ไม่ถูกต้อง โดยกำชับให้เป็น "หูเป็นตา" แทนประชาชนอย่างเข้มข้น
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกด้วยว่า เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลได้ประกาศขับเคลื่อน 6 มาตรการเชิงรุก ประกอบด้วย เพิ่มคู่สายร้องทุกข์ สคบ. อีก 10 คู่สาย เพื่อความรวดเร็วในการรับเรื่องและแก้ไขปัญหา ปูพรมตรวจธุรกิจทั่วไทยเพิ่มความถี่ในการตรวจสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ก๊าซหุงต้ม และคุมเข้มค่าไฟฟ้าหอพัก/ที่พักเช่า โดยห้ามเก็บเกินอัตราสูงสุด 4.88 บาทต่อหน่วย เพิ่มทางเลือกการชำระเงินโดยขอความร่วมมือร้านค้าให้รับทั้งเงินสด บัตรเครดิต และแอปพลิเคชัน เพื่อรองรับกรณีระบบสื่อสารหรือพลังงานขัดข้อง
ช้อปออนไลน์ปลอดภัยด้วยการรณรงค์ให้ซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. โดยเฉพาะสินค้ามูลค่าสูง เพื่อการคุ้มครองทางกฎหมายที่ชัดเจน กำกับดูแลฉลากทองคำด้วยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านราคา ตรวจสอบการจำหน่ายทองรูปพรรณไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงราคาตลาดโลกผันผวน และสร้างภูมิคุ้มกันผู้บริโภคด้วยการเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันสิทธิ คุณภาพ และมาตรฐานสินค้า เพื่อการตัดสินใจที่ปลอดภัย
...
นอกเหนือจากมาตรการข้างต้น นายสันติยังได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการนี้อย่างจริงจังในระดับพื้นที่ โดยเน้นการป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Preventive Measure) มากกว่าการตามแก้ปัญหาภายหลัง พร้อมเปิดช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์เพิ่มเติมตามบริบทของแต่ละจังหวัด เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่อย่างแท้จริง