“พิมพ์พิชชา” อดีต สส.พิษณุโลก เพื่อไทย จี้ “อนุทิน” เร่งออกมาตรการลดรายจ่ายประชาชน ชี้ชาวนาสุดช้ำ ราคาข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม ถูกกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซอง สวนทางรัฐบอกข้าวไทยขายดีทั่วโลก
วันที่ 9 มีนาคม 2569 นางสาวพิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ อดีต สส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาแม้ผลสุดท้ายจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน แต่ก็ยังคงมีกำลังใจที่จะทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้จะไม่ได้เป็นผู้แทนแต่ไม่เคยทอดทิ้งคนในพื้นที่ ลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนและความไม่สบายใจของประชาชนจากปัญหาเศรษฐกิจและความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำมาก
นางสาวพิมพ์พิชชา กล่าวด้วยว่า ด้วยราคาต้นทุนทางการเกษตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งราคาปุ๋ย ราคายาปราบศัตรูพืช ประกอบกับราคาน้ำมันปัจจัยสำคัญของเกษตรกร ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าต้นทุนทางการเกษตรเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25-30% ส่งผลให้รายได้ลดลง ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกอยู่ที่ 6.00-6.30 บาทต่อหนึ่งกิโลกรัม เกษตรกรขายข้าวเปลือก 1 กิโลราคาต่ำกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ชาวนายิ่งทำยิ่งขาดทุน ทั้งนี้ราคาที่จะทำให้ชาวนาอยู่ได้ควรจะเป็นอยู่ที่ 8,000-10,000 บาท น่าประหลาดใจที่รัฐบาลประกาศว่าข้าวไทยได้รับความสนใจจากลูกค้าต่างประเทศ มีคำสั่งซื้อหลายหมื่นตันแต่ทำไมราคาข้าวเปลือกในประเทศกลับราคาไม่เพิ่มขึ้น มีแต่ลดลง สวนทางกับการให้ข่าวของรัฐบาล
“ขอย้ำว่ารัฐบาลใหม่ไม่มีเวลาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควรให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและเกษตรกรมากกว่าการแก้ปัญหาทางการเมือง เพราะความเดือดร้อนของประชาชน มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ต้นทุนการทำมาหากินเพิ่มขึ้น รายได้ลดลง ดังนั้นควรหามาตรการเพิ่มค่าครองชีพให้ประชาชนโดยเร่งด่วนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่การให้ความสำคัญกับการแบ่งอำนาจให้นักการเมือง”
...