“เท้ง ณัฐพงษ์” นำ สส.พรรคประชาชนรายงานตัวสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับผลเลือกตั้งพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ยินดีทำงานร่วม “กล้าธรรม-ปชป.” ไม่กังวลคดี 44 สส. เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว


เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 9 มี.ค. 2569 พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน นำ สส. 119 คนเข้ารายงานตัวที่สภาผู้แทนราษฎร  โดยทั้งหมดเดินทางโดยรถบัสจำนวน 3 คัน สวมเสื้อยืดสีขาวสกรีนคำว่า “ประชาชน” ใส่สูททับติดเข็มกลัดโลโก้ของพรรค โดยมีประชาชนและแฟนคลับมารอต้อนรับและมอบดอกไม้สีส้มให้กำลังใจ


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ สส.ของพรรคประชาชนมีทั้งหมด 120 คน ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 ได้เข้ารายงานตัวไปก่อนแล้ว เนื่องจากไม่สามารถเดินทางมาในวันนี้ได้


นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำ สส.พรรคประชาชน 118 คน เข้ารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ว่า วันนี้สมาชิกพรรคได้เดินทางมารายงานตัวกันอย่างพร้อมเพรียง และพร้อมทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ โดยในช่วงบ่ายจะมีการประชุม สส.พรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานในสภา

...


สำหรับกฎหมายที่พรรคเตรียมผลักดันนั้น มีหลายฉบับที่พร้อมเสนอเข้าสู่สภาทันที หลังจากมีการเลือกประธานสภา อาทิ กฎหมายด้านเศรษฐกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การปฏิรูประบบงบประมาณ รวมถึงการยกระดับกลไกตรวจสอบ เช่น การจัดตั้งสำนักงบประมาณของรัฐสภา นอกจากนี้ยังมีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิเสรีภาพ และมาตรการลดค่าไฟฟ้า ด้วยการเปิดเสรีด้านพลังงาน


ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับพรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ถือเป็นกลไกปกติของสภา พรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลก็จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกัน โดยกลไกวิปฝ่ายค้านยังเป็นไปตามกระบวนการเดิม และพรรคประชาชนพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย แม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ก็สามารถทำงานตรวจสอบรัฐบาลร่วมกันได้


อย่างไรก็ตาม ในระดับแกนนำของพรรคกล้าธรรมยังไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ แต่เชื่อว่าในระดับสมาชิกอาจมีการพูดคุยกันบ้างแล้ว


นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านว่า เป็นตำแหน่งสำคัญที่พรรคให้ความสำคัญ และพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันในส่วนของคดี 44 สส. พรรคไม่ได้กังวล แต่ก็ไม่ประมาท พร้อมยืนยันว่าการยื่นร่างกฎหมายต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของ สส. และไม่ควรนำไปสู่การดำเนินคดีเช่นนี้


ทั้งนี้ พรรคได้เตรียมแผนรองรับในกรณีเกิดสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หากศาลมีคำสั่งให้ สส.บางคนหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้การทำงานในสภาสะดุด อย่างไรก็ตาม รายชื่อตัวบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนนั้น ขอให้เป็นกระบวนการภายในพรรค โดยจะนำไปหารือในที่ประชุม สส. ก่อน หากเกี่ยวข้องกับตำแหน่งผู้บริหารพรรค จะต้องเป็นมติของที่ประชุมพรรค ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมในเดือนเมษายน


ส่วนกรณีที่วันรายงานตัวตรงกับวันที่ครบกำหนดที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจเลือกวันดังกล่าว แต่เป็นการรอให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งครบทุกกระบวนการ โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อที่เพิ่งรับรองเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา


สำหรับกรณีที่ กกต.ตรวจสอบการเลือกตั้งเขต 2 จังหวัดสุพรรณบุรี และอาจขยายผลไปยังเขตอื่น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องรอให้เป็นไปตามกระบวนการก่อน หากผลการตรวจสอบพบความผิดปกติ ก็พร้อมดำเนินการต่อ โดยฝ่ายกฎหมายของพรรคได้รวบรวมหลักฐานไว้ค่อนข้างครบถ้วนแล้ว


เมื่อถูกถามถึงกระแสที่อาจทำให้ประชาชนสับสน เพราะพรรคเคยตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้ง แต่ยังนำ สส.มารายงานตัว นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า พรรคต้องการเห็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม ขณะเดียวกันก็ยอมรับผลการเลือกตั้ง และพร้อมทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎร โดยการตรวจสอบความผิดปกติของการเลือกตั้งยังคงต้องเดินหน้าควบคู่กันไป


ส่วนการโหวตเลือกประธานสภา และรองประธานสภา นายณัฐพงษ์ ระบุว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือในที่ประชุม สส.ของพรรคก่อน พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็ง โดยตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านถือเป็นตำแหน่งสำคัญ ซึ่งไม่สามารถดำรงควบคู่กับตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภาได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ปิดกั้นการเสนอชื่อบุคคลเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในสภา โดยจะมีความชัดเจนก่อนการเปิดประชุมสภานัดแรก


นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังชี้แจงกรณี สส.อุดรธานี เขต 7 ของพรรค ที่มารายงานตัวก่อนหน้านี้ว่า วันนี้สมาชิกพรรคมารายงานตัวเกือบครบ ขาดเพียงนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ติดภารกิจและจะแจ้งมารายงานตัวในวันพรุ่งนี้ ส่วนกรณีของนายสุริยา แม้จะเคยมารายงานตัวก่อนหน้านี้ แต่วันนี้ก็มาพร้อมสมาชิกพรรคอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่มีความแตกแยกภายในพรรค


ท้ายที่สุด นายณัฐพงษ์ เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการสืบหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทุจริต ไม่ใช่เพียงผู้ปฏิบัติการในพื้นที่เท่านั้น