พรรคภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยวเข้ากับวัฒนธรรม แยกกระทรวงกีฬา จ่อออกประกาศให้ ปชช. ใช้ไฟต่ำกว่า 200 ยูนิต จ่ายยูนิตละ 3 บาท เห็นผลภายใน 3 เดือน ส่วนแก้ รธน. ยังไม่เร่งผลักดัน
วันที่ 9 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุถึงภารกิจในงานฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะเร่งผลักดันให้สำเร็จ โดยพรรคภูมิใจไทย จะมุ่งเน้นงานนิติบัญญัตินำฝ่ายบริหาร เพื่อผลักดันกฎหมายต่างๆ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและเร่งแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชน
โดยกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทย จะผลักดันเป็นฉบับแรกๆ อาทิ แก้กฎหมายโอนสังกัดเป็นพระราชบัญญัติโอนกระทรวงการท่องเที่ยว มารวมกับกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากภารกิจงานสอดคล้องกัน ส่วนกระทรวงกีฬาจะแยกไปทำเรื่องกีฬาโดยเฉพาะ ซึ่งจะมุ่งเน้นพัฒนากีฬาให้เป็นเลิศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอแก้ไขกฎหมายผ่านสภาฯได้ภายใน 6 เดือน
แหล่งข่าวพรรคภูมิใจไทย ยังกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน หรือ “กฎหมาย Super License” โดยหลักการต้องการให้การขออนุญาตทุกอย่างเป็น One Stop Service เช่น การก่อสร้างโรงงาน โรงแรม สปา ที่ไม่ต้องยื่นขออนุญาตหลายหน่วยงาน แต่ให้จบในหน่วยงานเดียว ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดให้มีการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเป็นข้อเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน
ส่วนกฎหมายอีก 1 ฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ. “บ้านเกิดเมืองนอน” จะผลักดันให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี โดยจะมี 2 เรื่องคือ 1. ทำให้ท้องถิ่นหารายได้ด้วยตัวเองเพื่อนำมาพัฒนา โดยประชาชนสามารถเลือกสนับสนุนภาษี 30% ให้บ้านเกิดตัวเองหรือท้องถิ่นที่ต้องการให้เกิดการพัฒนาได้ และ 2. จะเป็นกลไกการตรวจสอบของภาคประชาชนที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นกลไกตรวจสอบภาคประชาชนที่แข็งแรงกว่า ป.ป.ช. และ ปปท. และทำให้ท้องถิ่นไม่กล้าใช้เงินแบบผิดประเภท ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของการปลดล็อกเรื่องอายุและวาระการดำรงตำแหน่งท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ 2 วาระ
...
ส่วนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจยังไม่เร่งผลักดัน เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่เกี่ยวกับปัญหาของพี่น้องประชาชน
แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า ในส่วนฝ่ายบริหาร รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะผลักดันนโยบายต่างๆ เร่งด่วนภายใน 3-6 เดือน อาทิ ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 ยูนิตแรก จ่ายยูนิตละ 3 บาท ส่วนที่ใช้เกิน 200 ยูนิตจะจ่ายเป็นขั้นบันได โดยสามารถออกเป็นประกาศของกระทรวงพลังงานได้ทันที
นอกจากนี้ เป้าหมายต่อไปของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย อยากให้การแข่งขันด้านพลังงานไฟฟ้าเกิดเสรีเหมือนในต่างประเทศ ที่มีคู่แข่งหลายรายให้ประชาชนได้เลือกใช้ บริษัทที่ให้ประโยชน์ได้มากที่สุด เช่น ตัวอย่างค่ายโทรศัพท์มือถือ