กกต.แจงมีหน้าที่ประกาศผลการออกเสียงประชามติและรายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบตามกฎหมาย ชี้ความแตกต่างประชามติปี 2559 เพราะมีช่อง “ไม่แสดงความเห็น” เพิ่ม


วันที่ 8 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกเอกสารชี้แจงการประกาศผลประชามติ หลังมีผู้วิจารณ์ว่าเหตุใดจึงไม่สามารถประกาศว่า ประชามติในครั้งนี้ผ่านหรือไม่ผ่าน โดย กกต. ยืนยันว่าการประกาศผลเป็นไปตามกฎหมายหลังผลการออกเสียงประชามติ ประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้สรุปออกมาแล้วดังนี้

1. การประกาศผลประชามติครั้งนี้ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีหลักเกณฑ์และรูปแบบการออกเสียงแตกต่างจากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559

2. การออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้บัตรออกเสียงมีทางเลือก 3 ช่อง ได้แก่ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งแตกต่างจากการออกเสียงประชามติเมื่อปี 2559 ที่ไม่ได้กำหนดช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” จึงทำให้การรายงานผลคะแนนครั้งนี้ มีรายการ “ไม่แสดงความคิดเห็น” รวมทั้งบัตรเสียประกอบด้วย

3. การประกาศผลการออกเสียงประชามติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นการประกาศจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ผู้มาใช้สิทธิ และผลคะแนนของแต่ละทางเลือกตามที่ปรากฏจากการนับคะแนน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่ประกาศผลการออกเสียงในราชกิจจานุเบกษา และรายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบ ตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564

...