“อนุทิน” สวมบนครูปกครองสัมมนาใหญ่ “ภูมิใจไทย” ครั้งแรก วอน “สลายก๊กก๊วน” หลังเสียงก้าวกระโดดทะลุ 191 กำชับ 14 มีนาคม รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ห้ามขาด เตือนระวังข้อกฎหมาย-จริยธรรม
เวลา 09.40 น. วันที่ 8 มี.ค. 2569 ที่จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อเข้าร่วมงานสัมมนา สส. ซึ่งครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยจัดขึ้นภายใต้สโลแกน “พูดแล้วทำพลัส” โดยมีแกนนำคนสำคัญทั้งนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รวมถึงบุคคลที่น่าจับตามองอย่าง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่เดินทางมาร่วมปฐมนิเทศ และวางทิศทางการทำงานให้กับ สส. ทุกคน
ทันทีที่นายอนุทินเดินทางมาถึง ได้เดินทักทาย สส. ทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า พร้อมกล่าวว่า “ยินดีด้วยครับ” โดยบรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างชื่นมื่น จากนั้นนายอนุทินปาฐกถาในหัวข้อ “ถอดรหัส 191 เสียง โอกาสและความท้าทาย” โดยได้กล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่จุดกำเนิดของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งงวดนี้มาพบกับทุกท่านด้วยความตื่นเต้นและดีใจ พัฒนาการของพรรคภูมิใจไทยเริ่มมาเข้าสู่ปีที่ 18 แล้ว ตนจำได้ว่าตอนเลือกตั้งครั้งแรก เดินแค่ 10 วินาทีก็ทักทายกันหมดแล้ว แต่วันนี้เดินเกือบ 15 นาที
ลดช่องว่างให้น้อยลง
วันนี้ไม่ว่าพรรคเราจะอยู่ในขนาดไหนและมีสมาชิกเท่าไหร่ก็ตาม สิ่งแรกที่พรรคจะดำเนินการก่อนที่จะเข้าไปที่สภาผู้แทนราษฎร คือจัดให้มีการปฐมนิเทศบรรดาสมาชิก พร้อมย้ำว่า วันนี้เป็นการร่วมประชุมและร่วมพบปะหารือ ทำความคุ้นเคย เฉพาะ สส. และสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น ไม่ได้ประชุมร่วมกับ สส. พรรคร่วม ซึ่งถือว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความรู้จักกัน เพื่อให้ช่องว่างระหว่างกันน้อยที่สุด
...
ขอสส.ละลายพฤติกรรม
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทย ไล่จากการมี สส. 31 คน มาเป็น 51 คน มาเป็น 71 คน และวันนี้กลายมาเป็น 192 คน ซึ่งจากการใช้ชีวิตร่วมกันจากการเลือกตั้ง ถือว่าเราเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกันมา มีความใกล้ชิดพอสมควร แต่วันนี้ต้องรวมกันเพื่อให้รู้จักกันมากที่สุด เรามารวมกันแทบจะทุกภาคของประเทศไทย ตนขอความกรุณาว่าไม่ใช่ซีกของ คุณวรวุธ มาก็นั่งจับกลุ่ม เฉพาะฝั่งของตัวเอง / ซีกของเอกนัฎฐ์ ก็นั่งเฉพาะ สส. กลุ่มตัวเอง / กลุ่มของพี่เฮ้ง ก็จะนั่งแค่ชลบุรี จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ราชบุรี จึงขอให้กระจายรวมตัวกันให้หมด
คุยไม่ฟลุ๊ค คะแนนทิ้งขาด
นอกจากนี้ยังได้แสดงความยินดีกับ สส. ทุกคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านดงต่างๆ รอดมาเป็นผู้แทนราษฎรได้ และต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ที่ไปช่วยกันปราศรัย ทำหน้าที่เชียร์ให้ผู้สมัครได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกคนทำงานอย่างหนักหนาสาหัส เชื่อว่าการเข้ามาได้ไม่มีฟลุ๊ค ส่วนใหญ่ 99% ทิ้งขาดคู่แข่ง แม้หลายคนจะโทรหาตนบอกว่าตายแน่สู้ไม่ไหว แต่ก็จะเห็นแล้วว่าพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทยเติบโตมาตลอด แม้จะมีการเลือกตั้งอีกกี่ครั้งก็ยังเชื่อว่าพรรคขยายขึ้น
เตือนอย่าประมาท
นายอนุทิน ระบุว่า ตนอยากจะเคลียร์ให้ทุกคนมั่นใจ แม้จะมีประสบการณ์ทางการเมืองน้อยกว่าหลายท่านในห้องนี้ แต่ก็ได้ผ่านการเลือกตั้งอย่างมหาโหดมาถึง 4 ครั้ง ตนยืนยันว่าหากเราทุกคนไม่ประมาททำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่น เชื่อใจและสม่ำเสมอกับชาวบ้าน คิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่เพียงพอ ต้องทำให้ชาวบ้านรักเพิ่มขึ้นอีก ตนยังไม่เคยเห็นใครสอบตก คนที่มั่นใจว่าจะชนะ แต่ประมาทตนเห็นตายมาหลายคนแล้ว
สส.ต้องทำงานหนัก
พร้อมระบุว่า สส. ปาร์ตี้ลิสต์ต้องทำงานหนักกว่า สส.เขต เพื่อสนับสนุน สส.เขต และสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของพรรครวมถึงการรับฟังปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านทั่วประเทศ นี่คือวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย เพราะ สส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่แค่คนที่รอรับตำแหน่งต่างๆ สส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 19 คนที่มีอยู่ ต้องทำงานหนัก เพื่อให้มี สส. เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีคะแนน ขอให้ดูคู่แข่งเป็นตัวอย่างด้วย แม้กระแสจะดี แต่ไม่ลงพื้นที่ ก็ไม่ได้รับเรื่อง และเชื่อว่าทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีวันหยุดเช่นเดียวกับตน
สส.สำคัญไม่น้อยกว่า รมต.
นายอนุทิน ย้ำว่า วิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทย คือ เป็น สส. สำคัญไม่น้อยกว่าคนที่เป็นรัฐมนตรี และตนในฐานะที่มีโอกาสที่ได้เป็น สส. และเป็นรัฐมนตรีด้วย ก็จะปลูกฝังเสมอว่าหากเลือกได้หนึ่งอย่างก็ต้องเลือกเป็น สส. ไม่ใช่เลือกเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตนเคยพูดหลายครั้งกับคนที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล พูดกับคนที่เลือกทิ้งตำแหน่ง สส. และไปเป็นรัฐมนตรี ที่ไม่มีความมั่นคง การที่จะได้ทำงานให้กับพี่น้องประชาชน น้อยกว่าการเป็น สส. เพราะฉะนั้นขอให้ภาคภูมิใจ การเป็น สส. มีคุณค่าเพราะรัฐมนตรีปลด สส. ไม่ได้ แต่ สส. สามารถปลดรัฐมนตรีได้ ซึ่งตนคิดว่า หลังจากการปฐมนิเทศวันนี้ไป อีก 4 ปี เราจะทำความรู้จักอุปนิสัย มีความคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น
ขอร้องอย่าแหกคอก
ตนในฐานะหัวหน้าพรรคอยากจะขอวิงวอนทุกคนให้รักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้พรรคของเราเติบโต คำไหนคำนั้น เป็นปึกแผ่น ไม่มีแหกคอก
“เรามี สส. พรรค 3 คนแหกคอก ในช่วงที่พักร้อนไปเป็นฝ่ายค้าน 3 เดือน เห็นผิดเป็นชอบ อย่าคิดว่าชาวบ้านไม่รู้ เที่ยวนี้สามคนมันไม่ได้กลับมาแม้แต่คนเดียว ซึ่งสองในสามคนพรรคไม่ให้สมัคร เพราะฉะนั้นเรื่องวินัยและการรักษาเอกภาพของพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องอื่นๆคุยกันได้หมดไม่มีปัญหา”
กำชับ 14 มี.ค.ห้ามขาด
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันที่ 14 มี.ค. นี้ได้รับแจ้งว่าจะมีรัฐพิธีและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จเพื่อเปิดรัฐสภาฯ ซึ่งวันนั้นขาดไม่ได้แม้แต่คนเดียว เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอน จะมีการประชุมสภานัดแรก มีการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาอีก 2 คน เมื่อมีการโปรดเกล้าประธานสภาฯ คนใหม่ จะนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจะต้องรอโปรดเกล้าฯ เพื่อตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีขั้นตอนอีกมากมายกว่าที่จะถึงวันที่มีรัฐบาล ตอนนี้เราสามารถทำหน้าที่ สส. อย่างเต็มที่ ไม่ต้องรอตั้งรัฐบาลเสร็จ หรือเปิดประชุมก่อน เพราะสถานะความเป็น สส. เกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ความเป็น สส. ได้รับเงินเดือน สถานะต่างๆ การมีเอกสิทธิ์ทั้งหลายก็เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. แม้การรับรอง สส. จะเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา
เตือนแต่งตั้งต้องศึกษาจริยธรรม
ขณะเดียวกัน ขอให้ศึกษาเรื่องจริยธรรมให้ดี ซึ่งเราประมาทไม่ได้ ขอให้ถือคัมภีร์นี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อจะได้ไม่มีผลกระทบต่อทุกท่าน ต่อสถานะของเรา ต่อตำแหน่งที่อาจจะเป็นตั้งแต่กรรมาธิการ, ประธานกรรมาธิการ, รัฐมนตรี หรือตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก รวมถึงคนรอบข้างทั้งผู้ช่วย อย่าให้มีปัญหา หรือเอาคนที่มีปัญหามาอยู่เป็นที่ปรึกษา ผู้ชำนาญการ ซึ่งต้องดูประวัติให้เรียบร้อย ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหากับตัวเราได้ในอนาคต หากยิ่งเคลียร์ก็ยิ่งดัง มีคนพร้อมคอยช่วยกระจายข่าวให้อยู่แล้ว ดังนั้นตรงนี้ต้องมีความระมัดระวังในการทำงานและดำรงตำแหน่ง สส. ของท่านอย่างเต็มที่ รวมถึงการเตรียมแถลงทรัพย์สิน ที่ต้องดูข้อกฎหมายซึ่งพรรคมีที่ปรึกษาคอยช่วย
ขอทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย
วันนี้ขอแสดงความยินดีอีกครั้งที่ท่านประสบความสำเร็จในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่ 27 ซึ่งพวกเรามีความภูมิใจกับทุกคนและพรรคภูมิใจไทยดีใจที่ท่านเป็นผู้แทนในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งขอให้พวกเราทุกคนแคล้วคลาดปลอดภัย พบแต่สิ่งที่เป็นมงคลกับตนเองและหลีกไกลจากสิ่งที่จะไม่บันดาลความสุขให้กับพวกเรา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการบรรยาย นายอนุทิน เดินจากห้องประชุมเพื่อเรียกกลุ่ม สส. ที่พักอิริยาบถด้านนอกให้เข้าไปฟังการบรรยาย ก่อนที่นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส. ลพบุรี จะหยิบมะพร้าวน้ำหอมราชบุรีมาให้ดื่ม