รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยคนไทยในอิหร่านลงทะเบียนขอกลับแล้ว 125 คน เที่ยวแรก 7 มีนาคมนี้ 68 คน ยอมรับสถานการณ์ตะวันออกกลางยังอ่อนไหว ไม่ได้รับรายงานคนไทยบาดเจ็บ-เสียชีวิต
วันที่ 6 มี.ค. 2569 นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ขณะนี้สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยังคงอ่อนไหว โดยฝ่ายประเทศอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ยังโจมตีซึ่งกันและกัน โดยมีการโจมตีระลอกใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ โดยการปะทะยังขยายวงไปประเทศข้างเคียงหลายประเทศ นอกเหนือจากเลบานอนที่ได้ชี้แจง ยังมีประเทศอาเซอร์ไบจาน ที่ถูกโจมตีทางอากาศทำให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บและโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ซึ่งต่อมาทางรัฐบาลอาเซอร์ไบจานได้ประกาศว่าพร้อมตอบโต้ ทำให้สถานการณ์น่ากังวลมากยิ่งขึ้น
ส่วนสถานการณ์การเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ประเทศที่ยังคงปิดน่านฟ้า ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน กาตาร์ และคูเวต ขณะที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังคงเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบีย และโอมาน ได้กลายเป็นศูนย์กลางในการอพยพคนออกนอกภูมิภาคทางอากาศ
ปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงานคนไทยบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศ ขอเรียกร้องให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
ขณะที่ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เช่น ประเทศอิหร่านมีความคืบหน้าตัวเลข จากเดิม 117 คนได้เพิ่มเป็น 125 คน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มที่ต้องการเดินทางออกทางบก รอบแรกในวันที่ 7 มีนาคมจะเดินทางออกมาก่อน 69 คน รอบที่ 2 ในวันที่ 10 มีนาคมจะเดินทางออกมา 56 คน โดยกระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในประเทศอิหร่านที่ต้องการกลับเพิ่มเติมรีบติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน โดยทันที เพื่อประสานงานทางด้านเอกสารกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันท่วงที
...
สำหรับผู้อพยพกลุ่มแรกที่จะเดินทางถึง เมืองวาน ของประเทศตุรกี ในวันพรุ่งนี้ (7 มี.ค. 69) จะมีจากกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เตรียมพร้อมต้อนรับและจัดหาอาหารไว้ระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับไทยในช่วง 2-3 วันข้างหน้า ในส่วนของกรณีตุรกีตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ของประเทศตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยที่จะอพยพออกจากประเทศอิหร่าน และบินกลับมาที่ประเทศไทย อีกทั้งจะเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานด้วย เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่เหลืออยู่
นอกจากนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการาได้แนะนำคนไทยที่เที่ยวบินถูกยกเลิกเนื่องจากท่าอากาศยานอิสตันบูล ต้องรองรับสายการบินอื่น ๆ เป็นจำนวนมากที่หลีกเลี่ยงการบินหรือแวะผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ดังนี้ ขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อรอรับการเยียวยาระหว่างรอเที่ยวบินใหม่ และหากมีแนวโน้มที่จะได้รับเที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจพ้นกำหนดวีซา ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบินและซื้อบัตรโดยสารเที่ยวบินใหม่ที่เลี่ยงเส้นทางการผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ทั้งนี้ คนไทยสามารถทำในตุรกีโดยไม่ต้องใช้วีซาเป็นเวลา 30 วัน
ส่วนประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่ยังเปิดน่านฟ้า โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาร์ด ได้ประสานงานใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียงที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดนเพื่อเดินทางกลับไทยถึงปลายทางอื่นโดยใช้ทางเครื่องบิน
ส่วนกรณีของประเทศ UAE ไทยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ที่กรุงดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดสถานกงสุลใหญ่ ณ กรุงดูไบ ได้จัดหาเที่ยวบินเพื่อส่งคนไทยที่ติดค้างออกนอกประเทศแล้ว 25 คน และจะสนับสนุนคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในการเดินทางออกต่อไป
แม้น่านฟ้า UAE ยังคงปิดอยู่ แต่สายการบินเอทิฮัด เอมิเรตส์ และแอร์อาหรับ ยังคงเปิดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อพาคนชาติต่าง ๆ ที่ตกค้างกลับประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศยกเว้นค่าปรับกรณีที่พำนักเกินกำหนด สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาด้วย
ในส่วนของประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ยังคงอำนวยความสะดวก และให้ข้อมูลแก่พี่น้องคนไทยที่ประสงค์จะกลับประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสาร