“พิพัฒน์” เน้นย้ำรับคนไทยจากอิหร่านกลับต้องปลอดภัย โยนถาม “นายกฯ อนุทิน” คนเดียวเรื่องความชัดเจนจับขั้วรัฐบาล ชี้ ใช้เครื่องบินพาณิชย์เหมาลำ ค่าใช้จ่ายถูกเครื่องบินทหารอากาศ


เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 5 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความชัดเจนในการรับคนไทย 200 คน จากประเทศอิหร่าน ไปยังที่ประเทศตุรกี เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยท่ามกลางสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ว่า ขณะนี้เป็นช่วงการตัดสินใจของผู้ที่จะเดินทางว่าพร้อมหรือไม่ เพราะระยะทางไกล 1,000 กิโลเมตรไม่ได้ง่าย อาจมีด่าน รวมถึงผู้ที่ประสงค์ดีและประสงค์ไม่ดี ซึ่งไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์ให้ดูแล้วปลอดภัยที่สุดถึงจะเคลื่อนย้าย 

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงเรื่องเครื่องบินที่นำคนไทยกลับมีความพร้อมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ ระบุว่า จากที่นายกรัฐมนตรีพูด จะใช้เครื่องบินพาณิชย์เหมาลำที่บินผ่านน่านฟ้าตุรกีเข้ามาที่ไทย ซึ่งค่าใช้จ่ายจะถูกกว่านำเครื่องของทหารอากาศไปรับ จะมีเรื่องของการขออนุญาตและเรื่องความมั่นคง การประกันภัยที่จะยุ่งยากมากกว่า เมื่อถามย้ำว่า คนที่จะตัดสินใจจะเป็นประชาชนหรือรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประเมินของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่าน ที่จะให้ข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรายงานนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นายพิพัฒน์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการสัมมนาพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ จะมีความชัดเจนเรื่องการจับขั้วรัฐบาลเลยหรือไม่ ว่า อันนี้ต้องถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่วนคำถามว่าในฐานะที่ท่านเป็นหนึ่งในแกนนำ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่หรอกครับ ตนไม่สามารถตอบ ต้องถามนายกรัฐมนตรีคนเดียว

...

ทางด้าน นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต โดยเฉพาะครอบครัวของผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชน มอบหมายกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเยียวยาสภาพจิตใจของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นกรณีพิเศษอย่างเร่งด่วน โดยระดมทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อรองรับการให้บริการผ่านสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

พร้อมกันนี้ ยังเพิ่มการให้บริการผ่านช่องทาง LINE Official โดยเพิ่มเพื่อนผ่านทาง ID @1323middle.east หรือสแกน QR Code จากสื่อประชาสัมพันธ์ของกรมสุขภาพจิต เพื่อให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางสามารถสื่อสารและขอรับความช่วยเหลือได้อย่างสะดวกและรวดเร็วที่สุด

นอกจากบริการข้างต้นแล้ว การดูแลใจในระดับบุคคลเป็นสิ่งที่สำคัญ และเพื่อให้ก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง รัฐบาล โดยกรมสุขภาพจิตขอแนะนำ 6 วิธีดูแลใจเบื้องต้น ดังนี้

1. ติดตามข่าวสารอย่างพอเหมาะ จัดเวลาให้เหมาะสม ไม่มากจนเกินไป และเลี่ยงการอ่านข่าวก่อนนอน

2. ใช้ชีวิตให้เป็นปกติเท่าที่ทำได้ รักษาวัตรประจำวันเดิม ๆ เพื่อลดความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง

3. มีแผนสำรองสำหรับความปลอดภัย การวางแผนจะช่วยให้รู้สึกว่าเรายังพอควบคุมสถานการณ์ได้บางส่วน

4. ติดต่อกับคนที่เรารัก การได้รับกำลังใจจากครอบครัวหรือเพื่อนฝูงจะช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น

5. หากิจกรรมเพื่อลดความเครียด เคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกาย หรือฝึกสมาธิและลมหายใจ

6. ติดต่อขอความช่วยเหลือ หากเริ่มจัดการอารมณ์ไม่ได้ ให้รีบติดต่อผู้เชี่ยวชาญผ่านช่องทางที่กรมสุขภาพจิตจัดเตรียมไว้ต่อไป

“รัฐบาล ร่วมดูแลสุขภาพจิตใจของคนไทย เพื่อบรรเทาความวิตกกังวลในสภาวะวิกฤต สำหรับท่านที่ต้องการข้อมูลการดูแลตัวเองเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่ www.สุขภาพจิต.com หรือต้องการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับพี่น้องคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ความไม่สงบภูมิภาคตะวันออกกลาง สามารถเพิ่มเพื่อนผ่านทาง ID @1323middle.east เพื่อเข้าถึงการให้บริการด้านสุขภาพจิตอย่างรวดเร็วและครอบคลุม รัฐบาลพร้อมอยู่เคียงข้างและก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง”