กกต. เผยร้องทุจริตเลือกตั้ง 246 เรื่อง พบแจกเงินซื้อเสียงราว 30% จ่อเอาผิดอาญา “หมอเกศ” ต่อ ยันมีหลักฐานเอาผิด 6 บุคคลถ่ายบัตรเลือกตั้ง พร้อมตรวจสอบ “สเปกเตอร์ ซี” เอี่ยวป่วนเลือกตั้งหรือไม่
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 16.00 น. นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงที่สำนักงาน กกต. ถึงเรื่องร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า มีทั้งหมด 246 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 มาตรา 73 (1) คือแจกเงินซื้อเสียงประมาณร้อยละ 30 เป็นการร้องเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเรื่องร้องทุจริตทุกเรื่องอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนชั้นของสำนักงานฯ ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการ ต้องเปิดโอกาสผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง จึงต้องใช้เวลา กกต. จึงเห็นว่าการพิจารณาภายในระยะเวลา 60 วันดำเนินการไม่ทัน จึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน แต่ไม่ตัดอำนาจ กกต. ในการสืบสวนสอบสวนในภายหลัง
ส่วนคำร้องกรณีการกระทำผิดในการออกเสียงประชามติ มีทั้งสิ้น 6 คำร้อง ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้นน้อยกว่าเรื่องร้องเรียน สส. ทาง กกต. จึงต้องประกาศผลการออกเสียงประชามติไปก่อน
ขณะที่วันนี้ ศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาให้มีการเพิกถอนสิทธิสมัคร น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ หมอเกศ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งหลังจากนี้ กกต. ก็จะต้องพิจารณาด้วยเรื่องของการดำเนินคดีอาญา ฐานรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัคร แต่ยังลงสมัคร
นายครรชิต ยังกล่าวถึงกรณีที่พบเอกสารการเลือกตั้งถูกทิ้งที่บ่อขยะใน จ.สมุทรปราการ และมีข้อสงสัยว่ากรรมการประจำหน่วยกระทำทุจริตหรือไม่ ว่า กกต. รับเป็นความปรากฏอยู่ในระหว่างดำเนินการ โดย กกต. มีมติให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการ ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใครเอาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ไปทิ้ง เช่นเดียวกับกรณีที่ จ.พะเยา ที่พบกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เตรียมนำบัตรที่ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว 7 ใบ ใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้ง ก็อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับผู้สมัครหรือไม่ หรือที่ อ.พาน จ.เชียงราย ที่มีการจับเงินซื้อเสียง คณะกรรมการสอบสวนก็กำลังดำเนินการอยู่
...
ส่วนกรณีแจ้งความดำเนินคดี 6 บุคคลที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร ขณะนี้พนักงานสอบสวนให้ กกต. ไปให้ถ้อยคำและยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งตนในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจาก กกต. ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน
เมื่อถามถึงกรณีมีข้อสงสัยว่าในวันดังกล่าวสื่อมวลชนปฏิบัติหน้าที่ หลายสำนักก็มีการถ่ายรูป เหตุใดจึงดำเนินคดีกับสื่อมวลชนเพียงรายเดียว นายครรชิต กล่าวว่า ที่แจ้งความดำเนินคดีไปเป็นการดูเบื้องต้น และขณะนี้เรามีการเอาวงจรปิดรวมถึงคลิปต่างๆ มาดูเพิ่มเติมอยู่ ส่วนที่จะให้มีการถอนแจ้งความในส่วนของสื่อ ก็ต้องอยู่ที่ กกต. พิจารณา เมื่อพยายามถามถึงเหตุผลที่แจ้งความสื่อฯ นายครรชิต ก็ตัดบทว่าจะขอไปอธิบายเหตุผลกับพนักงานสอบสวน
ทางด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อร้องเรียนกรณีบริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด ที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน นายครรชิต ระบุว่า อยู่ระหว่างดำเนินการ ก็เหมือนกับเรื่องร้องเรียนอื่น เพียงแต่เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับความวุ่นวายในหลายพื้นที่ เช่น จ.ปทุมธานี เขต 7 จ.ชลบุรี เขต 1 กทม. เขตคันนายาว หรือไม่นั้น ตรงนี้สเปกเตอร์ ซี ก็เป็นจุดเริ่มต้น ต้องไปดูว่ามีวิธีการดำเนินการอย่างไร.