“กรณ์” นำทีมคนรุ่นใหม่พรรคประชาธิปัตย์ศึกษาแนวทางแก้วิกฤตราคามะพร้าวตกต่ำเหลือ 2 บาท เรียกร้องต้องปรับโครงสร้างอย่างจริงจังไม่ใช่เพียงพยุงราคาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า


วันที่ 3 มี.ค. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เดินหน้าศึกษาหาโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพื่ออนาคตเกษตรกรไทย โดยนำคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชน Aromatic Farm ติดตามสถานการณ์ “มะพร้าวน้ำหอม” หลังพบปัญหาราคาหน้าสวนบางช่วงเหลือเพียง 2–3 บาทต่อผล ทั้งที่ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 5–6 บาท สวนทางกับมูลค่าส่งออกที่เติบโตต่อเนื่องและแตะเกือบ 28,000 ล้านบาทในปี 2566 พร้อมระบุด้วยว่า


“นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าสินค้าขายไม่ได้แต่คือปัญหา “โครงสร้างการกระจายมูลค่า” ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม แม้มะพร้าวไทยยังมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะตลาดพรีเมียมและตลาดสุขภาพที่ขยายตัวในปี 2567–2568 แต่อำนาจต่อรองกลับกระจุกตัวอยู่ในห่วงโซ่กลางน้ำ ขณะที่เกษตรกรขายแบบต่างคนต่างขาย ทำให้ความผันผวนของราคาตกอยู่ที่ต้นทางก่อนเสมอ ประชาธิปัตย์เห็นว่า การแก้ปัญหาต้องไม่ใช่เพียงมาตรการพยุงราคาเฉพาะหน้า แต่ต้อง “ปรับโครงสร้าง” อย่างจริงจัง” นายกรณ์ กล่าวและว่า


โมเดลของ Aromatic Farm สะท้อนคำตอบเชิงระบบ ผ่านแนวคิด 3 เสาหลัก คือ People – Planet – Profit โดยมี “ความยั่งยืน (Sustainability)” เป็นแกนกลาง โดยมีกลไกรับซื้อมะพร้าวจากสมาชิกในราคาที่เป็นธรรม มีช่องทางการตลาดของตนเอง และมีการยกระดับมาตรฐานคุณภาพและการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ


นายกรณ์ ย้ำว่า นี่คือแนวทางที่ช่วยลดความเปราะบางระยะยาว ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาระยะสั้น เราสามารถศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศอย่าง Fonterra แสดงให้เห็นว่า เมื่อเกษตรกรรวมตัวและถือหุ้นในห่วงโซ่มูลค่าของตนเอง อุตสาหกรรมทั้งระบบจะเข้มแข็งและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน พร้อมเสนอแนวทางสำคัญ ได้แก่

...

✅ สนับสนุนการรวมกลุ่มเกษตรกรให้มีอำนาจต่อรอง

✅ วางกรอบการแข่งขันที่โปร่งใส เป็นธรรม

✅ กำกับระบบล้งไม่ให้เอาเปรียบต้นทาง

✅ สร้างระบบคาร์บอนเครดิตภาคเกษตรที่เกษตรกรเข้าถึงได้โดยตรง


นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า หากปล่อยสถานการณ์ “มะพร้าว 2 บาท” ดำเนินต่อไป สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือเกษตรกรขาดทุน ไม่มีทุนบำรุงรักษาต้นและดิน และท้ายที่สุดผลผลิตของประเทศจะลดลง ประชาธิปัตย์เชื่อว่า มะพร้าวไทยไม่ควรเป็นเพียงสินค้าเกษตรราคาผันผวน แต่ต้องพัฒนาเป็น “อุตสาหกรรมสีเขียว” ที่สร้างความมั่นคงให้เกษตรกรไทยในระยะยาว ถึงเวลาแล้วที่เราต้องกล้าปรับโครงสร้าง เพื่ออนาคตของเกษตรกรไทยทั้งประเทศ