“รังสิมันต์ โรม” ชื่นชมสอบสวนกลางออกหมายจับ “เบน สมิธ” และภรรยา ขอติดตามต่อจะออกหมายแดง ตามจับตัวหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามถึง “สอบสวนกลาง”, “ตำรวจไซเบอร์” และ “ปปง.” ทำไมคดีใหญ่ Huione Pay ยังไม่คืบหน้าสักที ทั้งที่มีข้อมูลอยู่แล้ว
วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นกรณีที่ปรากฏข่าวออกหมายจับ นายเบน สมิธ หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ และภรรยา
โดยนายรังสิมันต์ โรม ได้กล่าวชื่นชมทางสอบสวนกลางที่ดำเนินการเรื่องนี้จนนำไปสู่การออกหมายจับเพราะการออกหมายจับนายเบน สมิธ และภรรยา ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาและกระบวนการมากมายจึงจะสำเร็จ ตนอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีการถอดบทเรียน และพัฒนาแนวทางการทำงานให้รวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากการจับอาชญากรสำคัญ เช่น กรณี นายเบน สมิธ อาจไม่สามารถทำได้เลย เพราะกว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ สุดท้ายเขาก็อาจหลบหนี และยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินส่วนใหญ่ไปหมดแล้ว
นายรังสิมันต์กล่าวว่า แม้ว่าเราจะเห็นความก้าวหน้าของคดีนี้อยู่บ้าง และคนทำงานอย่างสอบสวนกลางควรได้รับความชื่นชม แต่คดีสำคัญใหญ่ ๆ ก็ยังเป็นเรื่องน่ากังวลว่าจะจบลงอย่างไร เพราะสิ่งที่เห็นความคืบหน้า ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง ปปง. ที่มีการยึดทรัพย์ไปหมื่นกว่าล้านบาท รวมถึงการออกหมายจับของสอบสวนกลางในคดีฉ้อโกงนักลงทุนต่างชาติ หากเทียบกับคดีหลักอย่าง Huione Pay กลับแทบไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งที่ข้อมูลของคดีนี้เป็นเรื่องใหญ่และมีทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเข้าไปเกี่ยวข้อง (เงินที่ไหลผ่านแพลตฟอร์มของ Huione สูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท) ถ้าอยากทำลายโครงสร้างของแก๊งสแกมเมอร์อย่างถึงราก การเพิกเฉยต่อคดีดังกล่าว ย่อมไม่มีทางนำไปสู่การถอนรากถอนโคน และคืนเงินให้กับประชาชนผู้เสียหายได้จริง
...
นายรังสิมันต์กล่าวถึงคดี Huione Pay ว่า คดีนี้ สอบสวนกลางเคยมีปฏิบัติการ Skyfall และได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาบางส่วนแล้ว ส่วนใหญ่มักเป็นรายเล็ก ซึ่งในปฏิบัติการดังกล่าวพบข้อมูล Wallet ที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิด หากเข้าใจไม่ผิด ตัวเลข Wallet ดังกล่าวน่าจะเกินกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ นี่เป็นข้อมูลเพียง Wallet เดียว และแน่นอนว่า Huione มี Wallet อีกมากมาย
จากการทำหน้าที่ของตนในกรรมาธิการความมั่นคงฯ ได้มีการเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายไชยชนก ชิดชอบ, เชิญ ปปง., สอบสวนกลาง และตำรวจไซเบอร์ เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ ข้อมูลทั้งหมดนั้น ทางกรรมาธิการความมั่นคงฯ ได้ส่งมอบให้หน่วยงานภาครัฐแล้ว ว่าเครือข่ายของเบน สมิธ (โดยเฉพาะแคทลียา บีเวอร์) เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
นายรังสิมันต์กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ตนไม่เข้าใจก็คือ ทำไมคดีใหญ่แบบนี้จึงไม่มีความคืบหน้าอย่างจริงจัง ข้อมูลของ Huione ไม่ได้มีเพียงสอบสวนกลางเท่านั้น แต่ ไซเบอร์ เองก็มีข้อมูลเช่นกัน ทั้งหมดนี้ทำให้ตนอดคิดไม่ได้ว่า หากมีการเปิดโปง Huione กันอย่างจริงจัง เราอาจไม่ได้เจอเพียงเส้นเงินของสแกมเมอร์เท่านั้น แต่อาจพบความเชื่อมโยงกับยาเสพติด หรือการฟอกเงินของผู้มีอำนาจในไทยด้วยหรือไม่ นี่หรือเปล่า ที่ทำให้คดีนี้หยุดชะงัก
นายรังสิมันต์กล่าวว่า เสียดายคดีนี้มาก เพราะนี่คือโอกาสที่ประเทศไทยจะยึดอายัดทรัพย์สินจำนวนมหาศาลมาคืนเหยื่อ และยังเป็นโอกาสทองในการดำเนินคดีกับนายฮุนโต ลูกพี่ลูกน้องของฮุน มาเนต ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Huione โดยตรง ด้วยเหตุนี้ ตนจึงอยากได้คำอธิบายจากสอบสวนกลาง, ตำรวจไซเบอร์ และ ปปง. ว่าเหตุใดคดีนี้จึงไม่มีความคืบหน้า เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง แต่ผ่านมาแล้วกว่า 6 เดือน ระยะเวลานานขนาดนี้ ผู้เกี่ยวข้องสามารถยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินได้มากเพียงใด และไม่ใช่เพียงนายเบน สมิธ และภรรยาเท่านั้น แต่รวมถึงบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็ย่อมมีเวลาในการเคลียร์ตัวเองเช่นกัน หากยังจำกันได้ ที่ปรึกษาของร้อยเอกธรรมนัส เคยกล่าวว่านายเบน สมิธ มีการทำธุรกิจกับนักการเมืองไทยหลายคน นี่คือความจริงที่รอวันถูกขยายผล
นายรังสิมันต์กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าผลสุดท้ายเรื่องนี้จะจบอย่างไร หลังจากนี้เฉพาะหน้าคงต้องติดตามกันต่อ ว่าจะมีการขอออกหมายแดง เพื่อตามจับนายเบน สมิธ และภรรยาด้วยหรือไม่ ตนหวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะประชาชนกำลังจับตาเรื่องนี้ว่าหน่วยงานของประเทศไทยจะเอาจริงแค่ไหน