นายกรัฐมนตรี รับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เรียกประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ประเมินสถานการณ์-จำกัดความเสียหาย-บรรเทาความเดือดร้อนประชาชนให้มากที่สุด
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 มี.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ในการประชุมประเมินผลกระทบสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยปลัดกระทรวง และข้าราชการที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าประชุมผ่านระบบประชุมวิดีโอทางไกลด้วย เนื่องจากกำลังปฏิบัติภารกิจเดินทางต่างประเทศ
จากนั้น นายอนุทิน ได้กล่าวเปิดการประชุมว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบกันอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีการปฏิบัติการทางทหารตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป้าหมายการโจมตีขณะนี้ยังคงเป็นเป้าหมายทางการทหาร และมีการตอบโต้ โดยประเทศอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีไปยังหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเริ่มโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซด้วย ในส่วนของประเทศไทยจะต้องมีส่วนที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ไม่มากก็น้อย ในการเรียกประชุมวันนี้ (2 มี.ค. 69) เพื่อเตรียมความพร้อมจำกัดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยให้มากที่สุด
...
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมามีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีหลายเรื่องที่จะช่วยทำให้เกิดความมั่นคง และความมีเสถียรภาพสำหรับประเทศไทยต่อสถานการณ์นี้ โดยในช่วงบ่ายจะมีการต่อยอดในด้านเศรษฐกิจและภาคเอกชน ว่าจะมีมาตรการอย่างไรในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ในด้านการช่วยเหลือพลเมืองไทย ที่อยู่ในประเทศที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้ได้มีการดำเนินการแล้วโดยจะให้ความช่วยเหลือในทุกๆรูปแบบ อย่างประชาชนที่อยู่ในประเทศอิหร่านจะเร่งให้ความช่วยเหลือในการนำประชาชนกลับมาสู่ประเทศไทยให้เร็วที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ก่อน ส่วนประเทศอื่นจะมีการประสานงานไปหากมีความประสงค์จะเดินทางกลับก็จะมีมาตรการในการช่วยเหลือต่อไป
ทั้งนี้ ในการประชุมวันนี้ อยากให้ทุกคนได้ร่วมกันประเมินสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้ โดยให้คำนึงถึงผลกระทบต่อคนไทยและธุรกิจไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมในด้านราคาพลังงาน การค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว และค่าครองชีพของประชาชน โดยพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะ แนวทางการรับมือที่ชัดเจน และสามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคเอกชนและประชาชน เพื่อให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างปกติสุข