พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ เรียกร้องรัฐบาลเดินหน้า 3 ภารกิจ คุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน จากเหตุความตึงเครียดในตะวันออกกลาง 

วันที่ 2 มีนาคม 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ภารกิจเพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและประชาชน

ตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยความกังวลอย่างยิ่ง สถานการณ์ดังกล่าวมิได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อคู่ขัดแย้งเท่านั้น หากยังส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนในหลายประเทศรวมถึงพี่น้องคนไทย ต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก และต่อสันติภาพระยะยาวของประชาคมโลกโดยรวม

พรรคประชาชนเห็นว่าหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในประชาคมโลกคือ การเคารพกฎกติกาสากล โดยเราหวังว่าทุกฝ่ายจะยุติการกระทำที่นำไปสู่การยกระดับความรุนแรง คำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนเป็นสำคัญ และสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

เพื่อคุ้มครองและปกป้องประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยและคนไทย ทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต พรรคประชาชนขอสนับสนุนรัฐบาลไทยให้ดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ

1. คุ้มครองชีวิตและสวัสดิภาพของคนไทยเป็นลำดับแรก ในสถานการณ์วิกฤต ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการปกป้องชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทย

พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาล ใช้ทุกกลไกทางการทูตในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแล ให้ความคุ้มครอง และเตรียมแผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบ ประสานความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและสายการบินพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางเดินทางฉุกเฉิน รวมถึงเตรียมการจัดเที่ยวบินเหมาลำจากสายการบินในประเทศและกองทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมในภาวะวิกฤตฉุกเฉิน สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับสถานะเส้นทางการบิน การเดินเรือ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่มีแผนเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวให้พิจารณาชะลอการเดินทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

...

2. เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย ความตึงเครียดในตะวันออกกลางย่อมกระทบต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศไทย จากค่าครองชีพ ต้นทุนขนส่ง และต้นทุนการผลิตในประเทศ ที่สูงขึ้น

พรรคประชาชนสนับสนุนให้รัฐบาลเตรียมแผนรองรับอย่างรอบด้านโดยการ เตรียมมาตรการรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางล่วงหน้า บริหารจัดการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ และสื่อสารเชิงรุกเพื่อลดความตื่นตระหนกในตลาด ติดตามผลกระทบต่อการส่งออก–นำเข้า และห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและประชาชน ในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า และในการเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อปัจจัยภายนอกในระยะยาว

3. ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้ประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดและไม่แน่นอนสูง การตั้งมั่นในระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกาสากลตามกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) รวมถึงเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกรัฐอย่างเสมอภาค จะยิ่งเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญในการปกป้องความมั่นคงของประเทศไทยและความปลอดภัยของคนไทยในอนาคต

พรรคประชาชนเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องแสดงบทบาทเชิงรุกในเวทีภูมิภาคและระหว่างประเทศ โดยการประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน และประเทศมหาอำนาจระดับกลางอื่นๆ เพื่อร่วมเรียกร้องการลดระดับความรุนแรงและผลักดันให้เกิดการหยุดยิง รวมถึงร่วมสนับสนุนกลไกการเจรจาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ร่วมฟื้นฟูระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) เพื่อเป็นเกราะป้องกันความไม่แน่นอนและความรุนแรงที่เสี่ยงจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยในภายภาคหน้า

พรรคประชาชนหวังว่ารัฐบาลจะใช้ทั้งมาตรการภายในและระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือคนไทยและบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า รวมถึงเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคเอกชนในระยะยาว ท่ามกลางสภาวะความผันผวนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ