รองโฆษกรัฐบาล เผย กระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์ใหม่ เงินทดรองราชการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติ มีผลกับเหตุภัยตั้งแต่ 6 มี.ค. 69 เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงรวดเร็ว สอดคล้องค่าครองชีพปัจจุบัน 

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์ใหม่ เรื่องการกำหนด “หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569” เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการฯ พ.ศ. 2568 และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลักเกณฑ์ฉบับใหม่นี้ ให้ใช้บังคับกับ “วันที่เกิดภัย” ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป  และให้ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม พ.ศ. 2563 เพื่อให้การช่วยเหลือเหมาะสมกับสถานการณ์ เข้าถึงได้รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับค่าครองชีพปัจจุบัน

โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1) ด้านการดำรงชีพ (ช่วยเป็นสิ่งของหรือเงินได้ตามความเหมาะสม)

-ค่าอาหารจัดเลี้ยง วันละไม่เกิน 3 มื้อ มื้อละไม่เกิน 80 บาท/คน

-ค่าถุงยังชีพ ไม่เกิน 1,000 บาท/ครอบครัว และสำหรับ เด็กอายุไม่เกิน 7 ปี / คนพิการ / ผู้สูงอายุ ที่อยู่ในฐานข้อมูลของ พม. พิจารณาช่วยเพิ่มได้ อีกไม่เกิน 1,000 บาท/คน

-ค่าน้ำเพื่อบริโภคและใช้สอยในที่อยู่อาศัย จ่ายตามจริงเท่าที่จำเป็นจนกว่าสถานการณ์กลับสู่ปกติ

-กรณีบ้านเสียหายทั้งหลัง ค่าใช้จ่ายดำรงชีพเบื้องต้น จ่ายตามจริง ครอบครัวละไม่เกิน 4,900 บาท

...

-ค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย (กรณีได้รับความเสียหาย) จ่ายตามจริง หลังละไม่เกิน 88,600 บาท 

-ค่าซ่อมแซมยุ้งข้าว/โรงเรือนเก็บพืชผล/คอกสัตว์ จ่ายตามจริง ครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท

-กรณีบ้านเช่าหรือเข้าอาศัยบ้านผู้อื่นแล้วบ้านเสียหายจนอยู่ไม่ได้ ค่าเช่าบ้าน ไม่เกิน 2,500 บาท/เดือน นานไม่เกิน 2 เดือน

-ค่าเครื่องนอนที่เสียหาย/จำเป็นต้องใช้ จ่ายตามจริง ไม่เกิน 1,200 บาท/คน

-กรณีต้องจัดหาห้องน้ำ-ห้องส้วมชั่วคราว ให้เช่ารถสุขา/สุขาลอยน้ำได้ เฉลี่ยไม่เกิน 5,000 บาท (1 ที่/10 คน) หรือจัดหาสุขากระดาษ/วัสดุอื่น ไม่เกิน 1,000 บาท/คน

2) ด้านสังคมสงเคราะห์ (ฟื้นอาชีพระยะสั้นในพื้นที่ประสบภัย)

-อุปกรณ์ฝึกอาชีพ ไม่เกิน 2,400 บาท/คน

-ค่าวิทยากร ไม่เกิน 600 บาท/วัน ไม่เกิน 10 วัน

-ค่าใช้จ่ายดำเนินงานฝึกอบรม ไม่เกิน 12,000 บาท

-เงินทุนประกอบอาชีพหลังฝึกอบรม ไม่เกิน 4,800 บาท/ครอบครัว

3) ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

-ล้างทำความสะอาดบ่อน้ำตื้น บ่อละไม่เกิน 750 บาท

-ค่าน้ำดื่มครอบครัวที่ขาดแคลน ไม่เกิน 250 บาท/ครอบครัว

-วัสดุ/เคมีภัณฑ์เพื่อสุขาภิบาลครัวเรือน ไม่เกิน 500 บาท/ครัวเรือน และกรณีกำจัดเชื้อรา/ฆ่าเชื้อโรคหลังอุทกภัย ไม่เกิน 600 บาท/ครัวเรือน

-หน้ากากอนามัยกรณีจำเป็นเร่งด่วน (เช่น ไฟป่า/หมอกควัน/PM2.5) ไม่เกิน 1 ชิ้น/คน/วัน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางตามหลักเกณฑ์

4) ด้านการเกษตร ให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแลก่อนเกิดภัยแล้ว ครอบคลุมด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ หนอนไหม และแมลงเศรษฐกิจ ตามเงื่อนไข/เพดานที่กำหนด

5) วิธีจ่ายเงิน สามารถจ่ายได้ทั้ง เงินสด เช็ค หรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ตามระเบียบราชการ

 รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักเกณฑ์ฉบับนี้ยังเน้นการบูรณาการการช่วยเหลือไม่ให้ซ้ำซ้อน และกำหนดให้จังหวัดรายงานผลการช่วยเหลือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ